บริษัทผนวกข้อกำหนดด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาคัดเลือกและประเมินคู่ค้าธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสําหรับคู่ค้าธุรกิจ โดยบริษัทคัดกรองคู่ค้าธุรกิจจากการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ (Desktop Research) ของผู้ให้บริการภายนอกที่น่าเชื่อถือ ประกอบกับการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าธุรกิจเป็นประจำทุกปีด้วยเครื่องมือที่สอดคล้องกับกรอบการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานที่กำหนดไว้ ประกอบด้วย

การประเมินตนเองของคู่ค้าธุรกิจ (Self-Assessment) ตามแบบประเมินของบริษัท
การตรวจประเมินสถานประกอบการโดยผู้ตรวจประเมินของบริษัท (Second-Party Audit)
การตรวจประเมินสถานประกอบการโดยผู้ตรวจประเมินอิสระ (Third-Party Audit) ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรที่ได้รับรองตามมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 17021-1

สำหรับ ‘คู่ค้าธุรกิจรายใหม่’ ต้องผ่านหลักเกณฑ์ทั้งด้านคุณภาพและความยั่งยืนก่อนเริ่มดำเนินการซื้อขายกับบริษัท โดยกำหนดให้มีการทำแบบประเมินตนเองด้านความยั่งยืน ขณะที่ ‘คู่ค้าธุรกิจปัจจุบัน’ ต้องทำแบบประเมินตนเองด้านความยั่งยืน (Self-Assessment Questionnaire) และทบทวนตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อนำผลประเมินมาจัดระดับความเสี่ยงและวางแผนติดตามอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ‘คู่ค้าธุรกิจหลัก’ ซึ่งหมายถึงคู่ค้าธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อสูง คู่ค้าธุรกิจที่ส่งมอบวัตถุดิบที่สำคัญต่อกระบวนการผลิต หรือคู่ค้าธุรกิจที่ไม่สามารถทดแทนได้หรือใช้เวลานานในการหาการทดแทน จะต้องทำแบบประเมินตนเองที่มีรายละเอียดและความเข้มข้นมากขึ้น และหากพบว่ามีความเสี่ยงสูง บริษัทจะเข้าตรวจประเมินสถานประกอบการของคู่ค้าธุรกิจ โดยผู้ตรวจสอบของบริษัท (Second-Party Audit) หรือผู้ตรวจประเมินอิสระ (Third-Party Audit)

ในปี 2568

%

ของคู่ค้าธุรกิจหลักทางตรงที่มีความเสี่ยงสูงด้าน ESGi (Critical and High Risk Tier-1 Suppliers) ในกิจการประเทศไทยและเวียดนาม ได้รับการตรวจประเมินสถานประกอบการด้านความยั่งยืน โดย 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ วัตถุดิบอาหาร บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องจักร เชื้อเพลิง และเคมีภัณฑ์ในกิจการประเทศไทยได้ผ่านการตรวจประเมินโดย TÜV SÜD องค์กรตรวจประเมินอิสระที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1

หมายเหตุ: i ขอบเขตครอบคลุมกิจการประเทศไทยและเวียดนาม โดยในกิจการประเทศไทยครอบคลุม 9 กลุ่มสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นกลุ่มคู่ค้าธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืนจากการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ (Desk-research) ได้แก่ 1. วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ 2. วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ไม่ผ่านกระบวนการ 3. วัตถุดิบอาหาร 4. บรรจุภัณฑ์ 5. อุปกรณ์และเครื่องจักร 6. เชื้อเพลิง 7. เคมีภัณฑ์ 8. โลจิสติกส์ 9. วัตถุดิบสำคัญอื่นๆ สำหรับกิจการประเทศเวียดนามครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าและบริการ

การคัดกรองและตรวจประเมิน ‘คู่ค้าธุรกิจที่มีนัยสำคัญ’i ด้านความยั่งยืนในปี 2568

การคัดกรองคู่ค้าธุรกิจ
คู่ค้าธุรกิจทั้งหมด
ราย
คู่ค้าธุรกิจที่มีนัยสำคัญทั้งหมด
ราย
คู่ค้าธุรกิจที่มีนัยสำคัญทางตรง
รายii
คู่ค้าธุรกิจที่มีนัยสำคัญทางอ้อม
ราย
การตรวจประเมิน
ตรวจประเมินด้านความยั่งยืน
ราย
มีหรืออาจมีผลกระทบเชิงลบ
ราย
มีหรืออาจมีผลกระทบเชิงลบและมีแผนในการดำเนินมาตรการแก้ไข
ราย
ระงับการซื้อขาย
ราย
การส่งเสริมและสนับสนุน
สนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานแก้ไข (Corrective Action Plan)
ราย
ส่งเสริมความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านความยั่งยืน (Capacity Building)
ราย

หมายเหตุ:

i ผลการดำเนินงานครอบคลุมกิจการประเทศไทยและเวียดนาม คู่ค้าธุรกิจที่มีนัยสําคัญ (Significant Suppliers) หมายถึงคู่ค้าธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืนหรือคู่ค้าธุรกิจหลัก (Critical Suppliers) หรือทั้งสองข้อ

ii คิดเป็น 44% ของค่าใช้จ่ายในกลุ่มผู้ค้ารายหลักทางตรงทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อพบความไม่สอดคล้อง บริษัทจะทำงานร่วมกับคู่ค้าธุรกิจในการกำหนดมาตรการแก้ไข พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับผลการดำเนินงาน และกรณีที่คู่ค้าธุรกิจไม่สามารถดำเนินมาตรการแก้ไขให้สอดคล้องตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะนำเข้าเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และอาจมีการเพิกถอนสถานะการเป็นคู่ค้าธุรกิจของบริษัทตามความเหมาะสม

บริษัทได้สื่อสารผลการประเมินด้านความยั่งยืนให้คู่ค้าธุรกิจรับทราบอย่างโปร่งใส และอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแสดงผลการดำเนินงานในเชิงเปรียบเทียบกับคู่ค้าธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทั้งหมดได้นำมาวิเคราะห์ เพื่อระบุและจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงร่วมสำหรับการบริหารจัดการเชิงระบบต่อไป โดยในปี 2568 พบประเด็นที่คู่ค้าธุรกิจยังปฏิบัติไม่สอดคล้องหรือควรพัฒนาเพิ่มเติม 3 อันดับแรก ได้แก่

  • การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และ
  • การปฏิบัติด้านแรงงาน