ซีพีเอฟทบทวนและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นประจำทุกปี ตามมาตรฐาน Global Reporting Initiative (GRI) และประยุกต์ใช้แนวคิด Double Materiality ซึ่งประเมินประเด็นสำคัญครอบคลุมผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส (Impacts, Risks and Opportunities: IROs) ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาลใน 2 มิติ ประกอบด้วย

  • ความมีนัยสำคัญเชิงผลกระทบ: พิจารณาผลกระทบทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้น ทั้งเชิงบวกและเชิงลบจากกิจกรรมทางธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
  • ความมีนัยสำคัญทางการเงิน: พิจารณาความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อสถานะฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท

กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

01
การระบุประเด็นด้านความยั่งยืน

บริษัทระบุประเด็นด้านความยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณาประเด็นที่ครอบคลุมบริบทการเปลี่ยนแปลงจากการอ้างอิง

  • GRI Sector Standard for Agriculture, Aquaculture, and Fishing (GRI 13)
  • มาตรฐานและกรอบการเปิดเผยข้อมูล เช่น SASB, TCFD, TNFD
  • ประเด็นที่ลูกค้าและบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันให้ความสำคัญ
  • หลักเกณฑ์การประเมินด้านความยั่งยืน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายงานและข้อมูลต่าง ๆ
02
การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทประเมินความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย 8 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชนใน 12 ประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการ ควบคู่ไปกับการประเมินระดับความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งพิจารณาระดับความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) และโอกาสที่เกิดขึ้น (Likelihood) ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้บริหารของแต่ละหน่วยธุรกิจ ก่อนจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนใน 3 ระดับ ได้แก่ สูง-กลาง-ต่ำ และใน 2 มิติ ได้แก่ Impact Materiality และ Financial Materiality

03
การทวนสอบประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทได้หารือผู้เชี่ยวชาญภายนอกต่อประเด็นที่สำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัท ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainable Development Committee) พิจารณาและอนุมัติ

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Inclusivity) และการประเมินผลกระทบของประเด็นด้านความยั่งยืน (Impact Materiality) ได้รับการทวนสอบโดย LRQA ซึ่งเป็นผู้ให้การรับรองอิสระภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าการระบุและจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบสอดคล้องตามมาตรฐาน GRI

04
การบูรณาการเข้ากับการบริหารจัดการองค์กร

บริษัทบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยประเด็นที่ได้รับการประเมินในระดับ ‘สูง’ ได้กำหนดเป็นตัวชี้วัดการดำเนินงานที่สำคัญ (Key Performance Indicators: KPIs) และตัวชี้วัดความเสี่ยง (Risk Indicators) ขององค์กร ซึ่งเชื่อมโยงกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation) และการพิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหาร (Executive Compensation) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้การบริหารจัดการความเสี่ยงและความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

ผลการทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ประจำปี 2568

กิจการประเทศไทยได้เชื่อมโยงเป้าหมายและตัวชี้วัดการดำเนินงานที่สำคัญขององค์กร (Key Performance Indicators: KPIs) ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยธุรกิจและการพิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง โดยผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดความยั่งยืนที่มีการกำหนดน้ำหนักในการประเมิน ได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและใช้ประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนผันแปรประจำปี ซึ่งประกอบด้วย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมาย

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อหน่วยการผลิดร้อยละ 25 เทียบกับปีฐาน 2558 และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2573

ตัวชี้วัด
  • GHG Intensity (หน่วย: tCO2e หน่วยการผลิต)
  • Energy Intensity (หน่วย: kWh/ หน่วยการผลิต)
คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
เป้าหมาย

การเรียกคืนสินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพของสาธารณชนเป็นศูนย์

ตัวชี้วัด
  • จำนวนครั้งของการเรียกคืนสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสาธารณชน (หน่วย: ครั้ง/ปี)
  • จำนวนข้อร้องเรียนด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร(หน่วย: กรณี)
สุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
เป้าหมาย

อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) 0.6 กรณีต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน

ตัวชี้วัด
  • อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (หน่วย: กรณีต่อ 1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน)