การกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ความไม่แน่นอน ความผันผวน และความซับซ้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้องค์กรต้องยกระดับการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Governance, Risk and Compliance: GRC) ให้เท่าทันบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป หากระบบ GRC ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความโปร่งใส และไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ความมั่นคงและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ การกำกับดูแลที่ไม่เพียงพอยังอาจสร้างหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ระบบ GRC ที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้องค์กรคาดการณ์และบริหารความเสี่ยงได้อย่างรอบคอบ สนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลอย่างรอบด้าน และส่งเสริมการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม
การบูรณาการ GRC ในการบริหารจัดการองค์กร ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจ จึงเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการรักษาและเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
แนวทางการบริหารจัดการ
ซีพีเอฟมุ่งมั่นสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับองค์กร ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการวางโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการด้านการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (GRC) ที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งมิติการกำกับดูแล การส่งเสริมการปฏิบัติ การติดตาม และการประเมินผล เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซีพีเอฟจึงส่งเสริมการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิ และมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานในทุกระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายจัดการ จนถึงระดับปฏิบัติการ ภายใต้นโยบายและโครงสร้างด้านการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
บริษัทประยุกต์ใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งจัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตลอดจนกรอบการประเมินการกำกับดูแลกิจการของดัชนีความยั่งยืนระดับสากล ในการกำหนดนโยบายบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยถือเป็นพันธกิจของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
นโยบายบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
ครอบคลุม 5 หมวดหลัก
สิทธิของผู้ถือหุ้น
การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
จรรยาบรรณธุรกิจ
นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
นโยบายการใช้ข้อมูลภายในและการซื้อขายหลักทรัพย์
นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์
นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และพลังงาน
นโยบายความมั่งคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ
นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจ
นโยบายด้านภาษี
นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
นโยบายบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพือความยั่งยืน
นโยบายสิทธิมนุษยชน
บริษัทยังส่งเสริมให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ช่วยเสริมสร้างมาตรฐานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งเป็นเครื่องมือของคณะกรรมการในการกำกับดูแล และเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ GRC ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของกลไกการกำกับดูแลและการปฏิบัติที่สอดคล้อง บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับพนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึง ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน หลักสูตรจรรยาบรรณธุรกิจ หลักสูตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และหลักสูตร ESG เป็นประจำทุกปี
โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
บริษัทกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่คณะกรรมการเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการบริษัท ในฐานะผู้แทนของผู้ถือหุ้น มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกํากับดูแลติดตามให้ฝ่ายจัดการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย กลยุทธ์ และแผนงานที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเฉพาะด้านจำนวน 5 คณะ ทำหน้าที่กลั่นกรองการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
บริษัทได้ทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ ในด้านจำนวนกรรมการ สัดส่วนกรรมการอิสระ รวมถึงคุณสมบัติด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของกรรมการ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบนั คณะกรรมการบริษัทมีจํานวน 15 คน
คณะกรรมการบริษัท
ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัท มีจำนวน
กรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร
กรรมการอิสระ
กรรมการผู้ชาย
กรรมการผู้หญิง
หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ
การบริหารความเสี่ยง
บริษัทพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงสอดคล้องกับมาตรฐานสากล COSO-ERM 2017 (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) โดยดําเนินการแบบบูรณาการทั่วทั้งองค์กร และครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภทและทุกกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงของบริษัทมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงพอ สามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และสนับสนุนการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีโครงสร้างการบริหารและกำกับดูแลความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกรรมการ ระดับจัดการ และระดับปฏิบัติการ
ระดับกรรมการ
- คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทในการสอบทานความเพียงพอ ประสิทธิผล และการปฏิบัติตามนโยบาย กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง รวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- คณะกรรมการบริหาร กํากับดูแลและติดตามสถานะความเสี่ยงสําคัญ การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
ระดับจัดการ
- คณะทำงานการบริหารความเสี่ยง แต่งตั้งขึ้นอย่างเป็นอิสระแยกออกจากหน่วยธุรกิจ โดยมีประธานผู้บริหารฝ่ายการเงินเป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท โดยมีหน้าที่สอบทานความเสี่ยงสําคัญของบริษัท ติดตามการดําเนินงานตามมาตรการจัดการความเสี่ยงและตัวชี้วัดความเสี่ยงสําคัญ โดยร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) ทั้งนี้ คณะทำงานการบริหารความเสี่ยงจะมีการประชุมทุกไตรมาส
- ผู้บริหารหน่วยธุรกิจและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน รับผิดชอบโดยตรงต่อการประเมินและบริหารความเสี่ยงในขอบเขตงานที่รับผิดชอบ และรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะทำงานการบริหารความเสี่ยง
ระดับปฏิบัติการ
- ผู้ประสานงานด้านความเสี่ยง (Risk Champion) เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างหน่วยธุรกิจและสํานักบริหารความเสี่ยง
- พนักงานทุกคนในองค์กร ให้ความร่วมมือในการบริหารความเสี่ยง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง และรายงานความเสี่ยงที่พบตามช่องทางที่กําหนดอย่างทันเวลา
หน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนและประสานความร่วมมือ
- สํานักบริหารความเสี่ยง ทําหน้าที่ส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ ตลอดจนให้คําแนะนําแก่หน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการจัดการ
- สํานักตรวจสอบภายใน ทบทวนกระบวนการประเมินความเสี่ยง เพื่อให้เกิดความสอดคล้องต่อนโยบายการจัดการความเสี่ยง ติดตามการดําเนินงานตามมาตรการจัดการความเสี่ยงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะเจ้าของความเสี่ยง และให้คําแนะนําเพื่อพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยง
ทั้งนี้ บริษัทกําหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงทุกไตรมาส หรือเมื่อสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ โดยคณะทำงานการบริหารความเสี่ยงจะรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงตามลําดับ รวมถึงมีการแจ้งผลการประเมินต่อคณะกรรมการจัดการเพื่อทราบและให้ดําเนินการตามมาตรการที่ระบุไว้
กระบวนการบริหารความเสี่ยง
บริษัทจัดทำ “คู่มือการบริหารความเสี่ยง” เพื่อรวบรวมกรอบการดำเนินการ ขั้นตอน และเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
พิจารณาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
ระบุความเสี่ยง/โอกาส
ประเมินความเสี่ยง จัดอันดับความเสี่ยง รวมถึงกำหนดแนวทางจัดการและตัวชี้วัดความเสี่ยงสำคัญ
- จัดทำเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงบนพื้นฐานของระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ผลตอบแทนการลงทุนต้องมากกว่าต้นทุนทางการเงิน
- ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย ปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับกฎหมาย จริยธรรม และวัฒนธรรมองค์กร
- ไม่บกพร่องต่อประเด็นด้านความปลอดภัย ตลอดจนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม
- ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด
- รักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์ และชื่อเสียงองค์กร
- เปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง และเชื่อถือได้
- ประเมินความเสี่ยง โดยรวบรวมข้อมูลผ่านแบบประเมินความเสี่ยง และประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยใช้เกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ และแสดงผลบนแผนภูมิความเสี่ยง (Risk Heat Map)
- จัดอันดับความเสี่ยง โดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ของผลกระทบและโอกาสที่จะเกิด ความเสี่ยงที่เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ ซึ่งต้องมีการระบุสาเหตุสำคัญของความเสี่ยง
- กำหนดแนวทางจัดการและตัวชี้วัดความเสี่ยงสำคัญ โดยต้องพิจารณาประสิทธิภาพและประสิทธิผลก่อนดำเนินการ
รายงานและติดตามความคืบหน้า
วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
บริษัทสื่อสารบทบาทหน้าที่ และสร้างความตระหนัก เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบในการคํานึงถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการดําเนินการดังต่อไปนี้
Enterprise-wide Risk Culture
บริษัทมุ่งสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
ด้านสภาพแวดล้อม
- กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำกลยุทธ์ แผนงาน และงบประมาณขององค์กร
- สื่อสารนโยบายการบริหารความเสี่ยง รวมถึงบทบาทหน้าที่ของบุคลากร
- บูรณาการหลักการบริหารความเสี่ยงเข้ากับนโยบาย กฎระเบียบ และขั้นตอนปฏิบัติงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ
ด้านการสร้างความตระหนัก
- สื่อสารเหตุการณ์ความเสี่ยง พร้อมแนวทางป้องกันและจัดการ ตลอดจนหลักการบริหารความเสี่ยง ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น โปสเตอร์ วิดีโอสั้น รวมถึงเกมส์ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และการนำไปใช้จริง
- พัฒนาศักยภาพด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และเพื่อนพนักงาน ผ่านหลักสูตรอบรมที่เหมาะสม
ด้านการปฏิบัติ
- ประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนจัดทำแนวทางจัดการและกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงสำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) และติดตามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
- ประเมินความเสี่ยงในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง สิทธิมนุษยชน การเข้าซื้อกิจการ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน การพัฒนาสินค้าใหม่
- นำผลการประเมินความเสี่ยงมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง
- รายงานอุบัติการณ์ด้านความเสี่ยงตามช่องทางที่กำหนด
- ส่งเสริมให้มีวาระด้านความเสี่ยงในการประชุมของหน่วยธุรกิจ และสนับสนุนให้มีการแบ่งปันประสบการณ์การบริหารความเสี่ยงระหว่างหน่วยธุรกิจ
ด้านแรงจูงใจทางการเงิน
หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน ข้อ 2 การบริหารจัดการความเสี่ยง
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ซีพีเอฟให้ความสําคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินกิจการของบริษัท รวมถึงจรรยาบรรณธุรกิจ จึงได้กำหนดนโยบายกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ สำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัทยึดถือปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน และได้รับความเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีสํานักกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Corporate Compliance Office) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงมีการแต่งตั้งผู้ประสานงานด้านการกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Champion) ประจำแต่ละธุรกิจและหน่วยงานหลัก ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ1 เพื่อประสานและสนับสนุนให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีกระบวนการในกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โดยสรุป ดังนี้
- รวบรวมกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ นโยบายหลักระดับองค์กร และเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่สำคัญ รวมถึงติดตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ประกาศใหม่หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ และแจ้งให้ผู้บริหารของแต่ละธุรกิจรับทราบ
- ประเมินความเสี่ยงเพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม
- สื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสําคัญของการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ
- สอบทานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ผ่านแบบประเมินตนเอง และวิธีการต่างๆที่เหมาะสม
- รายงานสรุปผลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่อคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และ/หรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
- ติดตามประเด็นต่างๆ ให้มีการปรับปรุงตามแผนงานที่กําหนด พร้อมทั้งให้คําแนะนําเพิ่มเติมในการปรับปรุงกระบวนการทํางานเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- บริหารจัดการกรณีพบการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อลดผลกระทบและป้องกันการเกิดซ้ำ
1 ครอบคลุมกิจการประเทศไทย เวียดนาม อินเดีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว ศรีลังกา อังกฤษ รัสเซีย ตุรเคีย เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา และแคนาดา (ไม่รวมธุรกิจ Hylife Group Holding Ltd. ในแคนาดา)
กระบวนการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง บริษัทกำหนดให้พนักงานทุกคนต้องเข้ารับฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐาน (CPF Fundamental Courses) โดยพนักงานปัจจุบันต้องเข้าเรียนเป็นประจำทุกปี จำนวน 5 หลักสูตร ขณะที่พนักงานใหม่ต้องเรียนให้แล้วเสร็จ 60 วัน ก่อนประเมินช่วงทดลองงาน จำนวน 11 หลักสูตร ซึ่งในปี 2568 100% ของพนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐาน
| 5 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับพนักงานปัจจุบัน |
|---|
| 1. ธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน |
| 2. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
| 3. CPF Compliance |
| 4. การแข่งขันทางการค้า |
| 5. Cybersecurity |
11 หลักสูตรสำหรับพนักงานใหม่
ธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
CPF Compliance
ESG Fundamental
CPF Integrated Value Chain
Net-Zero SBT 101
ข้อกำหนด CPF SHE&EN STANDARD
ดิจิทัลขั้นพื้นฐาน
Basic Risk Management
Be Aware Of Cyber Threats
AI Basic by Microsoft
หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อ การกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
จรรยาบรรณธุรกิจ
จรรยาบรรณธุรกิจถือเป็นกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ช่วยเสริมสร้างมาตรฐานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งเป็นเครื่องมือของคณะกรรมการในการกำกับดูแล และเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ GRC ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ
บริษัทจัดให้มีการสื่อสารและอบรมจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทแก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนผ่านหลากหลายช่องทางการสื่อสาร อาทิ การประชุมของสายธุรกิจ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น HR-eXp, CPF Connect และ CPF Family รวมถึงการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning
จรรยาบรรณธุรกิจของซีพีเอฟ
แบ่งออกเป็น 4 หมวด 17 เรื่องสำคัญ
คุณธรรม
- การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- การป้องกันการฉ้อโกง การให้หรือการรับสินบน และการทุจริต
- การให้ การรับของขวัญ และการดูแลด้านรับรองทางธุรกิจ
- การแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
- การรักษาความโปร่งใส

คุณภาพ
- การส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ
- การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน
- การจัดซื้อจัดหาอย่างมีจริยธรรม
- การขายและการตลาดอย่างรับผิดชอบ

บุคลากร
- การส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและเป็นธรรม
- การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม ความหลากหลายของบุคลากร และการอยู่ร่วมกัน
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- การจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ
- การพัฒนาบุคลากร

สินทรัพย์
- การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศของบริษัท
- การใช้ข้อมูลภายใน
- การต่อต้านการฟอกเงิน

ในปี 2568 100% ของพนักงานปัจจุบันผ่านการฝึกอบรมจรรยาบรรณธุรกิจภายใต้หลักสูตรธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน
การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
บริษัทจัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันเป็นแนวทางให้บุคลากรของบริษัทใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรที่ปราศจากการทุจริตและคอร์รัปชัน นำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ กฎระเบียบข้อบังคับทั้งระดับประเทศและสากล นอกจากนี้ ยังได้สื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันแก่พนักงานทุกระดับผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ การปฐมนิเทศกรรมการและพนักงานใหม่ จดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (e-newsletters) แอพพลิเคชันบนมือถือ CPF Connect สื่อประชาสัมพันธ์ภายในต่าง ๆ และการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning เป็นต้น พร้อมสื่อการเรียนรู้ในรูปออนไลน์และออฟไลน์สำหรับบุคลากรในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ตลอดจนนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยบุคลากรทุกคนต้องทบทวนความรู้ความเข้าใจเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ณ ปี 2568 100% ของพนักงานตั้งแต่ระดับคนงานขึ้นไปจนถึงระดับผู้บริหารสูงสุด ในกิจการประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าเรียนหลักสูตรอบรมการต่อต้านคอร์รัปชัน
นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเมื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจ ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากพนักงาน โดยบริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่ปฏิเสธการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหรือคอร์รัปชัน หรือแจ้งเรื่องคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยในปี 2568 บริษัทได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต 2 เรื่อง ซึ่งได้ดําเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทําผิดอย่างเหมาะสมตามระเบียบของบริษัท รวมทั้งได้ทบทวนมาตรการควบคุมภายในให้เหมาะสมเพียงพอ ทั้งนี้ ไม่พบกรณีทุจริตและฉ้อโกงที่มีทุนทรัพย์เกินกว่าร้อยละ 5 ของส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต่อบริษัทที่มีนัยสำคัญ อันส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งด้านชื่อเสียงและการเงินแต่อย่างใด
กิจการในประเทศไทยได้รับการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) กับคณะกรรมการโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2560 และผ่านการประเมินเพื่อต่ออายุการรับรองครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 โดยการรับรองดังกล่าวมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรอง นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2025 จากการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าร่วมโครงการ CAC SME เพื่อสร้างแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันที่เข้มแข็ง
ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน จึงส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากล ร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่โปร่งใส ซึ่งมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SMEs เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การสร้างการมีส่วนร่วมต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Anti-corruption Participation)
พนักงานร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริต ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ไม่โกง ไม่เกิด...จริงหรือ?” เสริมสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ของสังคมว่า คอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม ไม่ใช่พฤติกรรมเฉพาะบุคคล หากแต่เป็นปัจจัยที่บั่นทอนโอกาสของผู้ที่ยึดมั่นในความสุจริต และเปิดช่องให้การทุจริตแพร่ขยาย โดยภายในงานได้มีการนำเสนอทางออกในหลากหลายมุมมอง ทั้งจากนักการเมือง นักธุรกิจ ภาคประชาชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันค้นหาคำตอบว่า “ถ้าไม่โกง จะเติบโตได้อย่างไร” และ “ระบบที่ดีควรมีลักษณะเช่นใด” พร้อมทั้งเน้นย้ำพลังของคนรุ่นใหม่ในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบด้วยแนวทางที่ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้
หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อ การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลสารสนเทศ
บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปกป้องข้อมูลสารสนเทศ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยมีคณะกรรมการเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์พิจารณาและทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้สอดรับกับเป้าหมายทางธุรกิจ และสภาพแวดล้อมของบริษัท รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (Operational Technology) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ตาม NIST Cybersecurity Framework (CSF) 2.0 ซึ่งประกอบไปด้วย การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Goven) การระบุขอบเขตและเข้าใจถึงบริบทต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Identify) การป้องกันความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Protect) การตรวจสอบและเฝ้าระวังความเสี่ยง (Detect) การรับมือภัยคุกคามและการฟื้นฟูระบบ (Respond & Recover)
โดยบริษัท ได้รับการรับรองการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISO27001 และ 27701) และยังมีการดำเนินการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่พนักงานโดยจัดอบรมด้าน Cybersecurity Awareness เป็นประจำ มีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานของพนักงานในแต่ละกลุ่มงาน (Role-Based Training) จัดให้มีการจำลองการส่งอีเมลหรือข้อความหลอกลวง (Phishing/Smishing/Quishing) และจัดให้มีการซักซ้อมการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบเสมือน (Cyber-Drill และ Incident Response Tabletop Exercise) เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า บุคลากร และผู้มีส่วนได้เสีย ให้ปลอดภัย โดยบริษัทได้จัดทำนโยบายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากรทุกระดับในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งบริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสร้างและส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อ ความเสี่ยงทางไซเบอร์
การแจ้งเบาะแส และข้อร้องเรียน
บริษัทได้จัดทำนโยบายและมีกระบวนการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน รวมถึงเป็นแนวทางในการบริหารจัดการข้อร้องเรียนให้มีความชัดเจน สุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้รายงานข้อมูล เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนบุคคลภายนอกสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการถูกละเมิดสิทธิผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
บุคลากรภายใน
แจ้งกรณีพบการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Non-Compliance Case)
- อีเมล์ของสำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ccooffice@cpf.co.th
- ระบบออนไลน์ CPF Family หัวข้อ Compliance Page
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
- สำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานตามที่ได้รับแจ้ง
- กรณีไม่เกี่ยวกับวินัยของพนักงาน สำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการเพื่อลดผลกระทบ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ (ถ้ามี) และดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
- กรณีเกี่ยวกับวินัยของพนักงาน ให้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักตรวจสอบภายใน เพื่อดำเนินการตาม “นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน”
- รายงานสรุปให้คณะกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับทราบ
บุคคลภายนอก ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงบุคลากรภายใน
แจ้งเบาะแสร้องเรียน
- เว็บไซต์องค์กร หัวข้อ ติดต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
- ไปรษณีย์: 1,1/1 ซอยเย็นจิต 2 แยก 1 อาคารทรัพย์สมุทร 2 ชั้น 4 ถนนเย็นจิต แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120)
- โทรศัพท์: 0-2780-8779, 09-7190-5848
- โทรสาร: 0-2780-8787
- อีเมล: iaoffice@cpf.co.th
- แอปพลิเคชันไลน์: Line ID: CPFIA
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
- สำนักตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง ตรวจสอบข้อมูล และหลักฐานเรื่องการแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน
- กรณีพบว่ามีมูล ให้ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงและการลงโทษทางวินัยของบริษัท
- รายงานสรุปให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และ/หรือ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับทราบ
ในปี 2568 บริษัทได้รับการร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ จํานวน 150 เรื่อง พบว่าเป็นเรื่อง
- การทุจริต 2 เรื่อง
- การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม 18 เรื่อง
- ผลิตภัณฑ์ 7 เรื่อง
- เรื่องที่มีผลกระทบต่อชุมชน/สิ่งแวดล้อม 16 เรื่อง
ซึ่งบริษัทได้ดําเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทําผิดอย่างเหมาะสมตามระเบียบของบริษัท รวมทั้งได้ทบทวนมาตรการควบคุมภายในให้เหมาะสมเพียงพอ เพื่อกํากับดูแลให้มีการปฏิบัติงานตามระเบียบปฏิบัติงาน และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและให้สินบน การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การฟอกเงิน และการใช้ข้อมูลภายใน โดยมีรายละเอียดและมาตรการจัดการต่างๆ ดังนี้
| ประเภท | จำนวนเรื่อง | มาตรการจัดการ | |||
|---|---|---|---|---|---|
| ตักเตือนด้วยวาจา (คน) | ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (คน) | พักงาน (คน) | เลิกจ้าง (คน) | ||
| 1. ทุจริต | 2 | - | - | - | 2 |
| 2. ไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติงาน | 18 | 21 | 7 | 1 | 3 |
| 3. จรรยาบรรณและสันขบ | - | - | - | - | - |
| 4. การเลือกปฏิบัติและการกดดัน | - | - | - | - | - |
| 5. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ | - | - | - | - | - |
| 6. การฟอกเงินและการใช้ข้อมูลภายใน | - | - | - | - | - |



