ซีพีเอฟให้ความสําคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินกิจการของบริษัท รวมถึงจรรยาบรรณธุรกิจ จึงได้กำหนดนโยบายกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ สำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัทยึดถือปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน และได้รับความเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีสํานักกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Corporate Compliance Office) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงมีการแต่งตั้งผู้ประสานงานด้านการกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Champion) ประจำแต่ละธุรกิจและหน่วยงานหลัก ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ* เพื่อประสานและสนับสนุนให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีกระบวนการในกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โดยสรุป ดังนี้

  1. รวบรวมกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ นโยบายหลักระดับองค์กร และเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่สำคัญ รวมถึงติดตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ประกาศใหม่หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ และแจ้งให้ผู้บริหารของแต่ละธุรกิจรับทราบ
  2. ประเมินความเสี่ยงเพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม
  3. สื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสําคัญของการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ
  4. สอบทานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ผ่านแบบประเมินตนเอง และวิธีการต่างๆที่เหมาะสม
  5. รายงานสรุปผลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่อคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และ/หรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
  6. ติดตามประเด็นต่างๆ ให้มีการปรับปรุงตามแผนงานที่กําหนด พร้อมทั้งให้คําแนะนําเพิ่มเติมในการปรับปรุงกระบวนการทํางานเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  7. บริหารจัดการกรณีพบการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อลดผลกระทบและป้องกันการเกิดซ้ำ

* ครอบคลุมกิจการประเทศไทย เวียดนาม อินเดีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว ศรีลังกา อังกฤษ รัสเซีย ตุรเคีย เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา และแคนาดา (ไม่รวมธุรกิจ Hylife Group Holding Ltd. ในแคนาดา)

กระบวนการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง บริษัทกำหนดให้พนักงานทุกคนต้องเข้ารับฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐาน (CPF Fundamental Courses) โดยพนักงานปัจจุบันต้องเข้าเรียนเป็นประจำทุกปี จำนวน 5 หลักสูตร ขณะที่พนักงานใหม่ต้องเรียนให้แล้วเสร็จ 60 วัน ก่อนประเมินช่วงทดลองงาน จำนวน 11 หลักสูตร ซึ่งในปี 2568 100% ของพนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐาน

5 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับพนักงานปัจจุบัน
1. ธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน
2. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3. CPF Compliance
4. การแข่งขันทางการค้า
5. Cybersecurity

11 หลักสูตรสำหรับพนักงานใหม่

01
ธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน
02
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
03
CPF Compliance
04
ESG Fundamental
05
CPF Integrated Value Chain
06
Net-Zero SBT 101
07
ข้อกำหนด CPF SHE&EN STANDARD
08
ดิจิทัลขั้นพื้นฐาน
09
Basic Risk Management
10
Be Aware Of Cyber Threats
11
AI Basic by Microsoft

หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อ การกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

จรรยาบรรณธุรกิจ

จรรยาบรรณธุรกิจถือเป็นกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ช่วยเสริมสร้างมาตรฐานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งเป็นเครื่องมือของคณะกรรมการในการกำกับดูแล และเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ GRC ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ

บริษัทจัดให้มีการสื่อสารและอบรมจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทแก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนผ่านหลากหลายช่องทางการสื่อสาร อาทิ การประชุมของสายธุรกิจ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น HR-eXp, CPF Connect และ CPF Family รวมถึงการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning

จรรยาบรรณธุรกิจของซีพีเอฟ

แบ่งออกเป็น 4 หมวด 17 เรื่องสำคัญ

01
คุณธรรม
  • การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • การป้องกันการฉ้อโกง การให้หรือการรับสินบน และการทุจริต
  • การให้ การรับของขวัญ และการดูแลด้านรับรองทางธุรกิจ
  • การแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
  • การรักษาความโปร่งใส
02
คุณภาพ
  • การส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ
  • การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • การจัดซื้อจัดหาอย่างมีจริยธรรม
  • การขายและการตลาดอย่างรับผิดชอบ
03
บุคลากร
  • การส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและเป็นธรรม
  • การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม ความหลากหลายของบุคลากร และการอยู่ร่วมกัน
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • การจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ
  • การพัฒนาบุคลากร
04
สินทรัพย์
  • การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศของบริษัท
  • การใช้ข้อมูลภายใน
  • การต่อต้านการฟอกเงิน

ในปี 2568 100% ของพนักงานปัจจุบันผ่านการฝึกอบรมจรรยาบรรณธุรกิจภายใต้หลักสูตรธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน

การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

บริษัทจัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันเป็นแนวทางให้บุคลากรของบริษัทใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรที่ปราศจากการทุจริตและคอร์รัปชัน นำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ กฎระเบียบข้อบังคับทั้งระดับประเทศและสากล นอกจากนี้ ยังได้สื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันแก่พนักงานทุกระดับผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ การปฐมนิเทศกรรมการและพนักงานใหม่ จดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (e-newsletters) แอพพลิเคชันบนมือถือ CPF Connect สื่อประชาสัมพันธ์ภายในต่าง ๆ และการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning เป็นต้น พร้อมสื่อการเรียนรู้ในรูปออนไลน์และออฟไลน์สำหรับบุคลากรในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ตลอดจนนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยบุคลากรทุกคนต้องทบทวนความรู้ความเข้าใจเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ณ ปี 2568 100% ของพนักงานตั้งแต่ระดับคนงานขึ้นไปจนถึงระดับผู้บริหารสูงสุด ในกิจการประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าเรียนหลักสูตรอบรมการต่อต้านคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเมื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจ ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากพนักงาน โดยบริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่ปฏิเสธการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหรือคอร์รัปชัน หรือแจ้งเรื่องคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยในปี 2568 บริษัทได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต 2 เรื่อง ซึ่งได้ดําเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทําผิดอย่างเหมาะสมตามระเบียบของบริษัท รวมทั้งได้ทบทวนมาตรการควบคุมภายในให้เหมาะสมเพียงพอ ทั้งนี้ ไม่พบกรณีทุจริตและฉ้อโกงที่มีทุนทรัพย์เกินกว่าร้อยละ 5 ของส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต่อบริษัทที่มีนัยสำคัญ อันส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งด้านชื่อเสียงและการเงินแต่อย่างใด

กิจการในประเทศไทยได้รับการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) กับคณะกรรมการโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2560 และผ่านการประเมินเพื่อต่ออายุการรับรองครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 โดยการรับรองดังกล่าวมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรอง นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2025 จากการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าร่วมโครงการ CAC SME เพื่อสร้างแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันที่เข้มแข็ง

ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน จึงส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากล ร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่โปร่งใส ซึ่งมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SMEs เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การสร้างการมีส่วนร่วมต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Anti-corruption Participation)

พนักงานร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริต ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ไม่โกง ไม่เกิด...จริงหรือ?” เสริมสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ของสังคมว่า คอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม ไม่ใช่พฤติกรรมเฉพาะบุคคล หากแต่เป็นปัจจัยที่บั่นทอนโอกาสของผู้ที่ยึดมั่นในความสุจริต และเปิดช่องให้การทุจริตแพร่ขยาย โดยภายในงานได้มีการนำเสนอทางออกในหลากหลายมุมมอง ทั้งจากนักการเมือง นักธุรกิจ ภาคประชาชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันค้นหาคำตอบว่า “ถ้าไม่โกง จะเติบโตได้อย่างไร” และ “ระบบที่ดีควรมีลักษณะเช่นใด” พร้อมทั้งเน้นย้ำพลังของคนรุ่นใหม่ในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบด้วยแนวทางที่ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้

หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ หัวข้อ การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลสารสนเทศ

บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำหน้าที่กำกับดูแลและทบทวน นโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และบริบทขององค์กร พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับภับคุกคามทางไซเบอร์ใหม่ๆ และปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องอย่าง นโยบายดังกล่าวครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (OT) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยใช้กรอบการดำเนินงานตาม NIST Cybersecurity Framework (CSF) 2.0 ซี่งประกอบด้วย การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Govern) เพื่อให้การบริหารจัดการและการรายงานผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการระบุสินทรัพย์สารสนเทศที่สำคัญและทำความเข้าใจบริบทของความเสี่ยง (Identify) เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ดำเนินการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันที่รัดกุม (Protect) เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบและข้อมูล มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง (Detect) เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที และสุดท้ายคือการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามและการฟื้นฟูระบบเมื่อเกิดเหตุการณ์ (Response and Recover) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO27001 และ 27701 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรม Information Security and Cybersecurity Awareness พร้อมปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับบทบาทและลักษณะงานของพนักงานแต่ละกลุ่มงาน (Role-Based Training) รวมถึงการจำลองสถานการณ์การโจมตีผ่านการส่งอีเมล ข้อความ หรือ QR Code หลอกลวง (Phishing/Smishing/Quishing) เป็นประจำ เพื่อให้พนักงานมีความรู้เท่าทัน พร้อมรับมือ และสามารถรายงานภัยไซเบอร์เหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการซักซ้อมแผนการรับมือและตอบสนองภัยคุกคามไซเบอร์ในรูปแบบเสมือนจริง (Cyber-Drill และ Incident Response Tabletop Exercise) เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานมีความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามทาง ไซเบอร์ รวมถึงการปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) และกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

บริษัทมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า บุคลากร และผู้มีส่วนได้เสียให้ปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวปฏิบัติที่หน่วยงานกำกับในแต่ละประเทศกำหนด โดยจัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีหน่วยงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับ และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย 2568 ผลการดำเนินงาน 2568
จำนวนเหตุการณ์ละเมิดด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท 0 0

หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงานหัวข้อ ความเสี่ยงทางไซเบอร์ หน้าที่ 56 - 57

การแจ้งเบาะแส และข้อร้องเรียน

บริษัทได้จัดทำนโยบายและมีกระบวนการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน รวมถึงเป็นแนวทางในการบริหารจัดการข้อร้องเรียนให้มีความชัดเจน สุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้รายงานข้อมูล เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนบุคคลภายนอกสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการถูกละเมิดสิทธิผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

บุคลากรภายใน

แจ้งกรณีพบการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Non-Compliance Case)
  • อีเมล์ของสำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ccooffice@cpf.co.th
  • ระบบออนไลน์ CPF Family หัวข้อ Compliance Page
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
  • สำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานตามที่ได้รับแจ้ง
  • กรณีไม่เกี่ยวกับวินัยของพนักงาน สำนักกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการเพื่อลดผลกระทบ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ (ถ้ามี) และดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
  • กรณีเกี่ยวกับวินัยของพนักงาน ให้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักตรวจสอบภายใน เพื่อดำเนินการตาม “นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน”
  • รายงานสรุปให้คณะกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับทราบ

บุคคลภายนอก ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงบุคลากรภายใน

แจ้งเบาะแสร้องเรียน
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
  • สำนักตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง ตรวจสอบข้อมูล และหลักฐานเรื่องการแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน
  • กรณีพบว่ามีมูล ให้ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงและการลงโทษทางวินัยของบริษัท
  • รายงานสรุปให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และ/หรือ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับทราบ

ในปี 2568 บริษัทได้รับการร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ จํานวน 150 เรื่อง พบว่าเป็นเรื่อง

  • การทุจริต 2 เรื่อง
  • การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม 18 เรื่อง
  • ผลิตภัณฑ์ 7 เรื่อง
  • เรื่องที่มีผลกระทบต่อชุมชน/สิ่งแวดล้อม 16 เรื่อง

ซึ่งบริษัทได้ดําเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทําผิดอย่างเหมาะสมตามระเบียบของบริษัท รวมทั้งได้ทบทวนมาตรการควบคุมภายในให้เหมาะสมเพียงพอ เพื่อกํากับดูแลให้มีการปฏิบัติงานตามระเบียบปฏิบัติงาน และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและให้สินบน การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การฟอกเงิน และการใช้ข้อมูลภายใน โดยมีรายละเอียดและมาตรการจัดการต่างๆ ดังนี้

ประเภท จำนวนเรื่อง มาตรการจัดการ
ตักเตือนด้วยวาจา (คน) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (คน) พักงาน (คน) เลิกจ้าง (คน)
1. ทุจริต 2 - - - 2
2. ไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติงาน 18 21 7 1 3
3. จรรยาบรรณและสินบน - - - - -
4. การเลือกปฏิบัติและการกดดัน - - - - -
5. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ - - - - -
6. การฟอกเงินและการใช้ข้อมูลภายใน - - - - -