เป้าหมาย

ปี 2568
ร้อยละ
ของคู่ค้าธุรกิจหลักทางตรงที่มีความเสี่ยงสูงของกิจการประเทศไทยและเวียดนามได้รับการตรวจประเมินด้านความยั่งยืน ภายในปี 2568
ปี 2573
ร้อยละ
ของวัตถุดิบหลักสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ภายในปี 2573

ผลการดำเนินงาน

ปี 2568
ร้อยละ
ของคู่ค้าธุรกิจหลักทางตรงที่มีความเสี่ยงสูงของกิจการประเทศไทยและเวียดนามได้รับการตรวจประเมินด้านความยั่งยืน
ปี 2568
ร้อยละ
ของวัตถุดิบหลักสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้i

หมายเหตุ:

i ระดับในการตรวจสอบย้อนกลับถึงหน่วยการผลิต (แหล่งพื้นที่เพาะปลูก/แหล่งประมง) ข้อมูลที่รายงาน ณ ปัจจุบันครอบคลุมการจัดหาวัตถุดิบหลักสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์โดย บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ใน 7 ประเทศ ได้แก่ กิจการประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย อินเดีย และลาว และการจัดหาวัตถุดิบหลักสำหรับธุรกิจอาหารในกิจการประเทศไทยและเวียดนาม วัตถุดิบหลักของบริษัทครอบคลุม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง และปลาป่น

ด้วยการดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร บริษัทจึงมีห่วงโซ่อุปทานที่ยาวและเชื่อมโยงกับผู้ส่งมอบสินค้าและบริการที่หลากหลาย ซึ่งเปิดโอกาสในการร่วมยกระดับมาตรฐานการดำเนินการและพัฒนานวัตกรรมสู่การเติบโตร่วมกัน ขณะเดียวกัน ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานสามารถนำมาซึ่งความท้าทายในการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชนและแรงงาน รวมไปถึงจริยธรรมทางธุรกิจ

การส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนจึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง ลดผลกระทบเชิงลบ และต่อยอดผลลัพธ์เชิงบวกให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นให้แก่บริษัทและคู่ค้าธุรกิจ หากยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางธุรกิจที่เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืนอีกด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

ซีพีเอฟเชื่อว่าการขับเคลื่อนภารกิจ ‘สร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน’ จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทและคู่ค้าธุรกิจ จึงบูรณาการประเด็นความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดหา เพื่อส่งเสริมการส่งมอบสินค้าและบริการของคู่ค้าธุรกิจที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้าน ‘คุณภาพ’ หากยังครอบคลุมการบริหารจัดการด้าน ‘สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG (Environmental, Social and Governance)’ อย่างรอบด้าน โดยบริษัทได้พัฒนากรอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดเป้าหมายการจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทและคู่ค้าธุรกิจอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและพร้อมเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

กรอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของซีพีเอฟ

กำหนดนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจ

มุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการความยั่งยืนใน 4 ด้าน (4Ps)

  1. Products & Services ผลิตภัณฑ์และบริการ
  2. People บุคลากร
  3. Process กระบวนการ
  4. Performance การดำเนินงาน
บริหารจัดการความยั่งยืนของคู่ค้าธุรกิจ
  1. ลงนามรับทราบนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนฯ
  2. ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
  3. ตรวจประเมินและกำหนดมาตรการแก้ไข
  4. เพิ่มขีดความสามารถคู่ค้า
เพิ่มความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับแหล่งที่มาที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

สร้างเครือข่ายความร่วมมือ

ผ่านการส่งเสริมและขยายผลกระบวนการทำงานที่ยั่งยืนร่วมกับพันธมิตร คู่ค้าธุรกิจ รวมถึงเกษตรกรในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ