ซีพีเอฟมุ่งมั่นบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2050 (พ.ศ. 2573)

เป้าหมาย

ปี 2568
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อหน่วยการผลิต
%
เทียบกับปีฐาน 2558 (กิจการประเทศไทย)
ปี 2573
ลดของเสียที่ถูกนำไปฝังกลบและเผาให้
เป็นศูนย์
ปี 2573
ลดปริมาณขยะอาหารที่นำไปฝังกลบจากกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็น
ศูนย์1
ปี 2573
%
ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารที่นำมาใช้จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ หรือสามารถย่อยสลายได้2

ผลการดำเนินงาน

ปี 2568
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขอบเขตที่ 1 และ 2 ต่อหน่วยการผลิต
%
เทียบกับปีฐาน 2558 (กิจการประเทศไทย)
ปี 2568
%
ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารที่นำมาใช้ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ หรือสามารถย่อยสลายได้ (กิจการประเทศไทย เวียดนาม รัสเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว และเบลเยี่ยม)3
ปี 2568
ของเสียที่ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์
%
(กิจการที่มีฐานการผลิตทุกประเทศ ยกเว้น ประเทศจีน รัสเซีย และศรีลังกา)
ปี 2568
ขยะอาหารในกระบวนการธุรกิจที่ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์
%
(กิจการประเทศไทย)

หมายเหตุ:

1 ขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจปัจจุบันรายงานภายใต้ขอบเขตกิจการประเทศไทย ซึ่งตาม The Food Loss and Waste Accounting and Reporting Standard ครอบคลุม 1. การสูญเสียอาหาร (Food Loss) จากกระบวนการผลิตและแปรรูป และ 2. ขยะอาหาร (Food Waste) จากศูนย์กระจายสินค้าและร้านอาหาร

2 ร้อยละของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารที่นำมาใช้จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำมาใช้ใหม่ หรือสามารถย่อยสลายได้ ไม่รวมบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทพลาสติกผสม (Multi-materials) และ Alufoil

3 บริษัทไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย 100% ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารที่นำมาใช้จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำมาใช้ใหม่ หรือสามารถย่อยสลายได้ ภายในปี 2568 ในกิจการประเทศไทยได้ เนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถหาวัสดุมาทดแทนวัสดุที่ใช้อยู่เดิมโดยมีคุณสมบัติในการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเทียบเท่าเดิมได้

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนและต่อความยั่งยืนของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความแปรปรวนของฤดูกาล รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย กฎระเบียบ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ล้วนส่งผลต่อต้นทุน ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความมั่นคงของแหล่งวัตถุดิบ และความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ

การบรรเทาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ของเสีย บรรจุภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทาน จึงมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตในระยะยาว พร้อมกับการสร้างคุณค่าร่วมทางสังคมและระบบอาหารที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การออกแบบเส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Roadmap) ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนและการมุ่งสู่การลดของเสียจากการดำเนินงานเป็นศูนย์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน