เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ซีพีเอฟตระหนักถึงบทบาทการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้กำหนดความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET-ZERO) ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2050
โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวจาก The Science Based Targets initiative (SBTi) ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อรักษาอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้นกว่า 1.5°C สอดคล้องตามมาตรฐาน Forest, Land and Agriculture (FLAG) ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับภาคการเกษตรและอาหาร
เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก
| เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก เทียบกับปีฐาน 2020 | ปี 2030 | ปี 2050 |
|---|---|---|
| จากการใช้พลังงาน | 42% | 90% |
| จากการเปลี่ยนแปลงและการจัดการที่ดิน | 30.3% | 72% |
เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของซีพีเอฟ 2568
กลยุทธ์ CPF Net-ZERO
C - Carbon*
P-Power
F - Future
Network
*Carbon dioxide equivalent (CO2e)
การดำเนินงานและโครงการที่สำคัญ
บริษัทกำหนดแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2050 ขณะเดียวกัน ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่คุณค่าบน Net-Zero Intelligence Platform ซึ่งเป็นบริษัทแรกของโลกที่นำ SAP Sustainability โซลูชันเพื่อความยั่งยืน มาใช้ในการบันทึก วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่ต้นน้ำหรือแหล่งที่มาของวัตถุดิบจากฟาร์มเพาะปลูกไปจนถึงการผลิตเป็นอาหารที่ปลายทางแบบเรียลไทม์
“เราพร้อมทุ่มเทความพยายามเพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net-Zero ที่ความสำเร็จทางธุรกิจและการเติบโตของทุกภาคส่วน จะคู่ขนานไปกับการจำกัดอุณหภูมิของโลกให้สูงขึ้นไม่เกิน 1.5oC”
แผนการลดก๊าซเรือนกระจก
ยกเลิกการใช้ถ่านหินและเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
พลังงานชีวมวล

พลังงานก๊าซชีวภาพ

พลังงานแสงอาทิตย์

การพึ่งพาตนเองด้วยพลังงานสะอาด 100%
ผสมผสานแหล่งพลังงานหมุนเวียน 2 รูปแบบหลัก :
- Waste to Value (ก๊าซชีวภาพ) : นำมูลไก่มาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า
- Solar Energy (พลังงานแสงอาทิตย์) : เสริมความแกร่งด้านพลังงานด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในปี 2567 เพื่อดึงพลังงานสะอาดจากธรรมชาติมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ
นวัตกรรมจัดการพลังงานอัจฉริยะ (EMS)
ติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (EMS) ทำหน้าที่เป็น ‘สมองกล’
- วิเคราะห์และเลือกใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่เหมาะสมระหว่างก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือระบบสายส่งให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาดมากกว่า 3.6 ล้าน kWh ต่อปี ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ
- ควบคุมกระบวนการผลิตไก่ไข่ให้ดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
ผลลัพธ์แห่งความยั่งยืน
- ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 16,500 ตัน CO2 ต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 1.7 ล้านต้น
- เปลี่ยนมูลไก่ที่เคยเป็นขยะให้กลายเป็นพลังงานมูลค่าสูง (Waste to Value) นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหากลิ่นต่อชุมชนรอบข้างตั้งแต่ปี 2561
บริษัทมีแผนที่จะขยายผลความสำเร็จของฟาร์ม RE100 แห่งนี้ไปยังฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทย พร้อมพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
อาหารสัตว์รักษ์โลก
บริษัทพัฒนาอาหารสำหรับสุกรและไก่ไข่ที่ปรับสมดุลชนิดของแหล่งโปรตีนร่วมกับการคัดเลือกเอนไซม์ที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละช่วงวัย
- เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับสัตว์
- ลดแก๊ส ลดกลิ่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ให้กับเกษตรกร

ลดปริมาณไนโตรเจน
ลดปริมาณไนโตรเจน
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว
ผลิตภัณฑ์อาหารคาร์บอนต่ำ
บริษัทให้ความสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารคาร์บอนต่ำ (CPF Low-carbon Products) โดยประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2552 ตามหลักการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน ISO 14040 ISO 14044 และ ISO 14067 โดยได้รับการรับรองฉลากผลิตภัณฑ์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)

เป้าหมายปี 2573
ผลการดำเนินงานปี 2568
สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฯ
ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์

ฉลากลดคาร์บอนฟุตพรินต์ หรือฉลากลดโลกร้อน

ฉลากคาร์บอนนิวทรัล

ฉลากเน็ตซีโรผลิตภัณฑ์

ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์
| อาหารสัตว์บก | อาหารสัตว์น้ำ | สุกร | ไก่ | เป็ด | ไข่ไก่ | กุ้ง | ซอส | ขนมสัตว์เลี้ยง | อาหารสำเร็จรูป |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 671 | 21 | 34 | 58 | 23 | 42 | 20 | 13 | 47 | 50 |
ฉลากลดคาร์บอนฟุตพรินต์ หรือฉลากลดโลกร้อน
| อาหารสัตว์บก | สุกร | ไก่ | เป็ด | ไข่ไก่ | กุ้ง | อาหารสำเร็จรูป |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 33 | 21 | 25 | 7 | 40 | 1 | 24 |
ฉลากคาร์บอนนิวทรัล
ไข่ไก่ปลอดสาร Cage Free ตรายูฟาร์ม ขนาดบรรจุ 4 และ 10 ฟอง

ไข่ไก่เบญจา โอเมก้า 3 ตรายูฟาร์ม ขนาดบรรจุ 4 และ 10 ฟอง

ฉลากเน็ตซีโรผลิตภัณฑ์
โบโลน่าพริก ตราซีพี ขนาดบรรจุ 135 กรัม และ 150 กรัม

ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สด เนื้อหมูสด และไข่ไก่สดมีค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคาร์บอนฟุตพรินต์ของประเทศ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศไทย (อ้างอิงจากค่า Emission Factors ของคาร์บอนฟุตพรินต์ผลิตภัณฑ์ อัปเดตกรกฎาคม 2565 โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน))
ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สดมีค่าคาร์บอนฯ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศกว่า

ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดมีค่าคาร์บอนฯ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศกว่า

ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูสดมีค่าคาร์บอนฯ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศกว่า

การประเมินผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ: ต้นทุนคาร์บอนที่ส่งผลกระทบต่อสังคม (Social Cost of Carbon)
ซีพีเอฟตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของเรา จึงได้มีการติดตามและทบทวนการดำเนินธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นำไปสู่การกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องในระดับสากล เช่น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยซีพีเอฟได้กำหนดเป้าหมายในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573
นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ประเมินต้นทุนคาร์บอนที่ส่งผลกระทบต่อสังคม (Social Cost of Carbon) ซึ่งอ้างอิงจาก International Business Council guidance จัดทำโดย World Economic Forum ต้นทุนคาร์บอนที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เป็นการระบุค่าทางการเงินของผลกระทบสุทธิในเชิงลบที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปี โดยคำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงไม่จำกัดเพียงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต ความเสี่ยงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ ธรรมชาติ การเกษตร ระบบพลังงาน ความเสียหายทางเศรษฐกิจ การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและคุณค่าของบริการทางระบบนิเวศในที่สุด
ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในพื้นที่ปฏิบัติงานและในห่วงโซ่คุณค่า โดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การดำเนินการตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ และศึกษาศักยภาพในโครงการกักเก็บและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (Carbon Capture and Storage/Utilization) นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการวิจัยและพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ รวมถึงการส่งเสริมการจัดหาอย่างยั่งยืนในหลาย ๆ ด้าน อาทิ การตรวจสอบย้อนกลับ และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การทำเกษตรอย่างยั่งยืน และมีแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการส่งเสริมการจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและช่วยลดต้นทุนทางสังคมจากการดำเนินธุรกิจ อ้างอิง: EPA Report on the Social Cost of Greenhouse Gases: Estimates Incorporating Recent Scientific Advances
หมายเหตุ: ข้อมูลครอบคลุมกิจการประเทศไทย เวียดนาม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย อังกฤษ อินเดีย ตุรกี ลาว และเบลเยียม





