บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าแหล่งที่มาของวัตถุดิบอาหารและอาหารสัตว์ที่มีความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล เช่น ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และเคารพสิทธิมนุษยชน แหล่งที่มาถูกต้องตามกฎหมาย ฯลฯ

บริษัทได้ประกาศความมุ่งมั่นว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและการต่อต้านการตัดไม้ทําลายป่า สอดคล้องตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามแนวทางของ Science Based Targets initiative (SBTi) โดยมีเป้าหมายในการจัดหาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม และมันสําปะหลัง จากแหล่งที่ปราศจากการตัดไม้ทําลาย ภายในปี 2568 ครอบคลุมกิจการทั่วโลก

ซึ่งสนับสนุนโดยเป้าหมายการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับวัตถุดิบหลักทางการเกษตร ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง และปลาป่น ภายในปี 2568 ครอบคลุมกิจการทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน หัวข้อ การตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทาน

ผลการดำเนินงานปี 2568

วัตถุดิบจากแหล่งที่มาที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า

หน่วย: เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
%
ถั่วเหลือง
%
น้ำมันปาล์ม
%
มันสำปะหลัง
%

หมายเหตุ:

ข้อมูลครอบคลุมการจัดซื้อวัตถุดิบของธุรกิจอาหารสัตว์ โดย บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ในกิจการประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย และลาว และการจัดซื้อวัตถุดิบหลักของธุรกิจอาหารในกิจการประเทศไทยและเวียดนาม 4 วัตถุดิบหลักครอบคลุม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม และมันสำปะหลัง การพิจารณาว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ป่ายึดตามวันกำหนดการประเมิน (Cutoff Date) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563

ด้วยข้อจำกัดด้านปริมาณวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทจึงพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบหลักทางการเกษตรสำหรับการผลิตอาหารสัตว์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีหน่วยงานอิสระตรวจรับรองความน่าเชื่อถือของระบบฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า

อย่างไรก็ตาม ปริมาณวัตถุดิบดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ภายในปี 2568 บริษัทจึงทบทวนและขยายกรอบเวลาดำเนินการเป็นปี 2573 โดยจะรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบและยืนยันถึงแหล่งที่มาที่ยั่งยืนของวัตถุดิบต่างๆ ดังนี้

01
วัตถุดิบได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐานสากล ยืนยันปลอดการทำลายป่า
บริษัทมีการใช้วัตถุดิบที่ได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐานสากล เช่น Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) สำหรับน้ำมันปาล์ม, SSAP (US Soy Sustainability Assurance Protocol (USA)), RTRS (Round Table on Responsible Soy Association) สำหรับถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง Forest Stewardship Council (FSC) สำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษ และ MarinTrust สำหรับปลาป่น
02
เกษตรกรมีเอกสารรับรองพื้นที่เพาะปลูก
บริษัทขอความร่วมมือจากเกษตรกรในห่วงโซ่อุปทานให้แสดงหลักฐานยืนยันในการครอบครองพื้นที่ที่เพาะปลูกพืช เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบทางการเกษตรนั้นเพาะปลูกอยู่บนพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือ เอกสารรับรองพื้นที่ที่รัฐอนุญาตให้ใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นเอกสารประกอบการยืนยัน
03
เทคโนโลยี GPS และภาพถ่ายดาวเทียม
ใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งแปลงเพาะปลูก (พิกัด GPS, Polygon) ในการตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และติดตามการเผาแปลงเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม
04
การเชื่อมต่อฐานข้อมูลระบบตรวจสอบย้อนกลับร่วมกับคู่ค้า
เชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกับคู่ค้าซึ่งเป็นผู้รวบรวมและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารสัตว์ในระดับสากลที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

บริษัทได้พัฒนาระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Corn Traceability System) ในเขตประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของบริษัทปราศจากการซื้อวัตถุดิบที่มาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเผาตอซัง ตลอดจนพัฒนาการเชื่อมต่อข้อมูลด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และรวดเร็วในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบด้านการเกษตร โดยมีแอปพลิเคชัน ฟ. ฟาร์ม ที่ช่วยสนับสนุนการลงทะเบียนและใช้งาน และให้ความรู้กับเกษตรกรด้านการทำการเกษตรที่ยั่งยืน

เทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ

โปร่งใสทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ บันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การระบุแปลงเพาะปลูก การขนส่ง จนถึงโรงงานอาหารสัตว์ เทคโนโลยีถ่ายภาพดาวเทียม และ GPS ตรวจสอบการเผาแปลงระดับรายแปลงแบบรายวัน

01
เกษตรกร
  • ลงทะเบียนในระบบ
  • บันทึกรายการผลิต
02
ยืนยันแปลงปลูก
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล
03
ตรวจสอบจุดเผา
  • ตรวจสอบการเผาแปลงปลูกด้วยภาพถ่ายดาวเทียม
  • หากตรวจพบว่ามีการเผาแปลงในพื้นที่ห้ามตัดและห้ามรับซื้อผลผลิตจากพื้นที่เพื่อป้องกันมลพิษและให้ความร่วมมือกับชุมชนและ ทำการสั่งระงับรหัสแปลงเพาะปลูกซึ่งยก กำลังกฎหมายการเป็นเวลา 1 ปี
04
ผู้รวบรวม
  • ลงทะเบียนในระบบ
  • บันทึกรายการซื้อ-ขายผลผลิต
05
รถขนส่ง
  • ลงทะเบียนเชื่อมต่อพิกัด GPS
06
โรงงานอาหารสัตว์ CPF
  • รับซื้อผลผลิตทุกโรงงาน

เทคโนโลยีตรวจสอบการเผาแปลงผ่านห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับ

ช่องทางแจ้งเบาะแสการเผาแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

แอปพลิเคชัน ฟ. ฟาร์ม “เพื่อนคู่คิดเกษตรกรไทย”

สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น


QR Code
สำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน

บริษัทได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ฟ. ฟาร์ม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เกษตรกร ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับก่อนจำหน่ายผลผลิตให้บริษัท โดยเกษตรกรสามารถอัปโหลดเอกสารและนำส่งข้อมูลของเกษตรกรและพิกัดแปลงปลูกเพื่อรับการตรวจสอบ ซึ่งบริษัทสามารถใช้ในการติดตามผล เก็บข้อมูล และยืนยัน แหล่งเพาะปลูก นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถตรวจสอบราคา รับซื้อผลผลิตในตลาด (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ข้าว ปาล์มน้ำมัน) ข้อมูลพยากรณ์อากาศล่วงหน้า พร้อมแจ้งเตือน ภัยพิบัติ รับข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการโรคระบาดและแมลง การคำนวณผลผลิต (วัดขนาดฝักข้าวโพด) การวาดแปลง พร้อมเรียน รู้เทคนิคการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย เช่น การใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพเพื่อลดการเสื่อมโทรมของดิน การอนุรักษ์น้ำและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับ การเพาะปลูก และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาค การเกษตร นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางการร้องเรียนสำหรับ ประชาชนที่พบการเผาแปลง พร้อมอัปโหลดรูปภาพ และระบุ ตำแหน่งแปลงที่พบการเผา

ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพด
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sustainablesupplychain-th.fit-cpgroup.com
หรือแสกน QR Code

ห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับ
บริษัทได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับขึ้น เพื่อใช้ในการติดตามและกำกับห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อลดและหยุดการเผาแปลงแบบเรียลไทม์โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม 3 ดวงจาก NASAFIRMS ประมวลผลกับข้อมูลพิกัดแผนที่แปลงปลูกด้วย Power BI สามารถแสดงผลผ่าน Intelligence Dashboard ทราบได้ทันทีว่าแปลงใดมีการเผาได้แบบรายวันช่วยให้บริษัทสามารถลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการกับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การจัดการเศษวัสดุที่เหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดปลอดฝุ่น นอกจากนี้ในปี 2568 นี้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีการตรวจสอบร่องรอยการเผาแปลง (Burn Scar) ที่มีความแม่นยำสูง มาใช้ช่วยกำกับดูแลและติดตามการเผาแปลงเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย
ห้องปฏิบัติการตรวจสอบย้อนกลับ
โครงการ Partner to Green
คู่ค้าผู้รวบรวม มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรลงทะเบียนเข้าสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยคู่ค้าผู้รวบรวมจะบันทึกข้อมูลแหล่งที่มาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าสู่ระบบฯ
โครงการ Partner to Green
แคมเปญรณรงค์ในกลุ่มเกษตรกร เลิกเผาเถอะพี่ อากาศดี ตลาดมีรองรับ
บริษัทรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแหล่งผลิตที่ปลอดการบุกรุกป่าและการเผาแปลงผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจว่าผลผลิตที่ปลูกอย่างรับผิดชอบจะมีตลาดรองรับแน่นอน เกษตรกรสามารถขายผลผลิตตรงให้กับเราได้ที่จุดรับซื้อ ซึ่งครอบคลุมทั้งเขตภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางของไทย และประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงขายตรงเข้าโรงงานอาหารสัตว์ของซีพีเอฟ หรือผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว่า 600 รายในทุกประเทศ
แคมเปญรณรงค์ในกลุ่มเกษตรกร เลิกเผาเถอะพี่ อากาศดี ตลาดมีรองรับ
การรับรองโดยหน่วยงานอิสระ
บริษัทให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีการตรวจประเมินกระบวนการจัดหาและระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง จากทั้งผู้เชี่ยวชาญภายใน และองค์กรภายนอกระดับสากล เพื่อให้ทุกหน่วยงานในห่วงโซ่อุปทานดำเนินงานสอดคล้องตามนโยบายของบริษัทที่ไม่รับซื้อ และไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่า และพื้นที่เผาแปลงอย่างเคร่งครัด
การรับรองโดยหน่วยงานอิสระ
การขยายระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในต่างประเทศ
จากการที่บริษัทสามารถตรวจสอบย้อนกลับพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เพาะปลูกในไทยได้ 100% ตั้งแต่ปี 2559 ตามนโยบาย “ไม่รับซื้อและไม่นำเข้า ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่บุกรุกป่า และพื้นที่ที่มีการเผา แปลงเพาะปลูก” พร้อมติดตามการเผาแปลงผ่านเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมแบบวันต่อวันได้นั้น บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน จึงได้ขยายระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ประเทศเมียนมา ปัจจุบันมีเกษตรกรในประเทศเมียนมา และคู่ค้ากว่า 120 ราย ลงทะเบียนภายใต้ระบบดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก กว่า 2.1 ล้านไร่ (342,388 เฮกตาร์)
การขยายระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในต่างประเทศ

น้ำมันปาล์ม

บริษัทยังได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rain Forest) มาทำพื้นที่การเกษตรปลูกปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สำหรับน้ำมันปาล์มสำหรับธุรกิจอาหารในกิจการประเทศไทยและเวียดนาม บริษัทจัดหาน้ำมันปาล์มส่วนหนึ่งจากแหล่งผลิตที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล อาทิ Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันปาล์มที่จัดซื้อมาปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า

ระบบตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มในธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศไทย
ปี 2568 กิจการประเทศไทยได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับน้ำมันปาล์มตั้งแต่เกษตรกรผู้เพาะปลูก จุดรวบรวม ไปจนถึงโรงงานแปรรูปสำเร็จเป็นครั้งแรก โดยมีการใช้น้ำมันปาล์มดังกล่าวเป็นวัตถุดิบสำหรับ 3 โรงงานอาหารสัตว์ซึ่งใช้ผลิตสัตว์ปีกเพื่อการส่งออก 100% และมีแผนในการขยายไปในโรงงานผลิตอาหารสัตว์อื่นๆ ในอนาคต
ระบบตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มในธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศไทย

ในปี 2568 น้ำมันปาล์มในธุรกิจอาหาร กิจการประเทศไทยได้รับการรับรอง RSPO 100%

ถั่วเหลือง

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานการเพาะปลูกถั่วเหลืองที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า โดยระบุความเสี่ยงของประเทศแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบ พร้อมกำหนดแนวทางจัดหาถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบุกรุกพื้นที่ป่า หรือ จัดหาถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่เพาะปลูกและแปรรูปอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ หรือ จัดหาถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงพื้นที่เพาะปลูกในระดับแปลงและยืนยันได้ว่าแปลงดังกล่าวเป็นพื้นที่เกษตรกรรมดั้งเดิมก่อนเดือนธันวาคม 2563

ในปี 2568 น้ำมันถั่วเหลืองในธุรกิจอาหาร กิจการประเทศไทยได้รับการรับรอง RTRS 100%

ระบบตรวจสอบย้อนกลับกากถั่วเหลือง ในธุรกิจอาหารสัตว์
บริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับบังกี้ (Bunge) ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งถือเป็นผู้ค้าและแปรรูปสินค้าทางการเกษตรชั้นนำระดับโลก โดยร่วมกันศึกษาโอกาสในการสร้างห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนและการเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัล ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค การดำเนินงาน และความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมต่อข้อมูลระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ใช้บล็อกเชน และแผนที่ดาวเทียมสำหรับยืนยันแหล่งเพาะปลูก ตลอดจนกระบวนการผลิตและขนส่งถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจากแหล่งกำเนิดในประเทศบราซิล สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ของบริษัทในกิจการประเทศไทยและกิจการในภูมิภาคเอเชีย ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในการทดลองนำร่องขนส่งกากถั่วเหลืองราว 375,000 เมตริกตัน ที่มีเทคโนโลยีบล็อกเชนตรวจสอบย้อนกลับกากถั่วเหลืองเหล่านี้
ระบบตรวจสอบย้อนกลับกากถั่วเหลือง ในธุรกิจอาหารสัตว์
Responsible Commodities Facility (RCF) Soy Traceability Project
บริษัทได้ลงนาม MOU เข้าร่วมโครงการ Responsible Commodities Facility (RCF) Soy Traceability Project ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการทำระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดทั่งห่วงโซ่คุณค่าของกากถั่วเหลืองในรูปแบบ Mass Balance ตั้งแต่แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในบราซิลที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินสีเขียวในการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนปราศจาการตัดไม้ทำลายป่า มาสู่ผู้ผลิตเนื้อสัตว์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในห้างสรรพสินค้าในสหราชอาณาจักร
Responsible Commodities Facility (RCF) Soy Traceability Project

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบที่รับซื้อเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้บริษัทได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับมันสำปะหลัง สำหรับธุรกิจการผลิตอาหารสัตว์ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคู่ค้าและเกษตรกรในห่วงโซ่อุปทานที่ร่วมลงทะเบียนภายใต้ระบบตรวจสอบย้อนกลับที่บริษัทพัฒนาขึ้น รวมถึงมีการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าโดยตรงในการตรวจสอบที่มาของการเพาะปลูกมันสำปะหลังสำหรับธุรกิจการผลิตอาหาร

การตรวจสอบย้อนกลับมันสำปะหลังในกิจการประเทศไทย
หน่วยงานจัดซื้อกลาง กิจการประเทศไทย ร่วมมือกับคู่ค้าธุรกิจในการพัฒนากระบวนการตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของมันสำปะหลังในธุรกิจอาหารได้ครอบคลุม 100% ในประเทศไทยโดยสามารถสอบย้อนไปยังพิกัดของพื้นที่ปลูกและตรวจสอบได้ว่าปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยจากเทียบพิกัดพื้นที่ปลูกกับข้อมูลพื้นที่ป่าของ GISTDA และกรมป่าไม้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จในการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับของบริษัท
การตรวจสอบย้อนกลับมันสำปะหลังในกิจการประเทศไทย

ปลาป่น

ปลาป่นจากแหล่งที่มาที่ยั่งยืน

บริษัทให้ความสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพก่อนการรับซื้อปลาป่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนที่สำคัญในอาหารสัตว์น้ำ บริษัทตระหนักดีว่าปลาป่นเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงต่อประเด็นด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน แม้บริษัทจะไม่มีธุรกิจการจับปลาและไม่มีการครอบครองเรือประมงโดยตรง แต่บริษัทมีความมุ่งมั่นอย่างสูงที่จะใช้ปลาป่นที่มาจากแหล่งที่มาที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นแหล่งที่มาที่ยั่งยืน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทได้กำหนดและดำเนินการตามแผนการจัดหาปลาป่นที่ยั่งยืนตั้งแต่ปี 2556 และได้จัดทำข้อกำหนดการจัดหาปลาป่นอย่างรับผิดชอบจาก 2 แหล่งที่มาของสัตว์น้ำ ดังนี้

ปลาป่นที่เป็นผลพลอยได้จากโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ (By-product)
  • ซึ่งเป็นโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน MarinTrust สอดคล้องตาม Code of Conduct for Responsible Fisheries ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
  • หรือเป็นปลาป่นที่ไม่เป็นผลพลอยได้จากพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ตามนิยามของบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (World Conservation Union: IUCN Red List of Threatened Species)
ปลาป่นที่เป็นผลพลอยได้จากการทำประมง (By-catch)
  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน MarinTrust ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนปลาป่นโดยการผลิตมีระบบการจัดการและการตรวจสอบย้อนกลับตามข้อกำหนดมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่าแหล่งวัตถุดิบและกระบวนการผลิตมีการจัดการอย่างรับผิดชอบและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
  • รวมไปถึงวัตถุดิบจากการประมงสามารถตรวจสอบที่มาผ่านระบบกำกับดูแลตามกฎหมายของภาครัฐในประเทศ ซึ่งมีระบบการติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาเพื่อให้การจัดหาวัตถุดิบมีความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักการจัดการทรัพยากรประมงอย่างรับผิดชอบ

ผลการดำเนินงาน

กิจการประเทศไทย 100% ปลาป่นที่เป็นผลพลอยได้ที่มาจากโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ (By-product) ที่ได้มาตรฐานการผลิตปลาป่นอย่างยั่งยืน MarinTrust
กิจการประเทศเวียดนาม 51% ของปลาป่นเป็นผลพลอยได้ที่มาจากโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ (By-product) ที่ได้มาตรฐานการผลิตปลาป่นอย่างยั่งยืน MarinTrust
กิจการทั่วโลก i 38% ของการจัดหาปลาป่นได้รับการรับรองมาตรฐาน MarinTrust

หมายเหตุ:

i ครอบคลุมทุกประเทศที่มีการใช้ปลาป่นของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ได้แก่ กิจการประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา มาเลเซีย อินเดีย และลาว

กระดาษ

100% บรรจุภัณฑ์กระดาษกิจการประเทศไทยได้รับการรับรอง FSC

Forest Stewardship Council (FSC) เป็นหนึ่งในมาตรฐานบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก ซึ่งแสดงถึงแหล่งที่มาที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า โดยตั้งแต่ปี 2567 กิจการประเทศไทยได้เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ FSC ครบ 100% สำหรับสินค้าจำหน่ายในประเทศและส่งออก ทั้งในส่วนถาดกระดาษ กล่องสินค้า และกล่องลัง ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการจัดซื้อจัดหาที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า

ตั้งแต่ปี 2567 บรรจุภัณฑ์กระดาษในกิจการประเทศไทยได้รับการรับรอง FSC 100%