การกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซีพีเอฟจึงส่งเสริมการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิ และมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานในทุกระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายจัดการ จนถึงระดับปฏิบัติการ ภายใต้นโยบายและโครงสร้างด้านการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

บริษัทประยุกต์ใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งจัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตลอดจนกรอบการประเมินการกำกับดูแลกิจการของดัชนีความยั่งยืนระดับสากล ในการกำหนดนโยบายบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยถือเป็นพันธกิจของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

01
สิทธิของผู้ถือหุ้น
02
การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
03
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
04
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
05
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

บริษัทยังส่งเสริมให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ช่วยเสริมสร้างมาตรฐานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งเป็นเครื่องมือของคณะกรรมการในการกำกับดูแล และเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ GRC ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ

เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของกลไกการกำกับดูแลและการปฏิบัติที่สอดคล้อง บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับพนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึง ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลขั้นพื้นฐาน หลักสูตรจรรยาบรรณธุรกิจ หลักสูตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และหลักสูตร ESG เป็นประจำทุกปี

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่คณะกรรมการเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการบริษัท ในฐานะผู้แทนของผู้ถือหุ้น มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกํากับดูแลติดตามให้ฝ่ายจัดการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย กลยุทธ์ และแผนงานที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเฉพาะด้านจำนวน 5 คณะ ทำหน้าที่กลั่นกรองการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  1. คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
  2. คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
  3. คณะกรรมการกําหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
  4. คณะกรรมการเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  5. คณะกรรมการบริหาร

บริษัทได้ทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ ในด้านจำนวนกรรมการ สัดส่วนกรรมการอิสระ รวมถึงคุณสมบัติด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของกรรมการ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบนั คณะกรรมการบริษัทมีจํานวน 15 คน

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัท มีจำนวน

คน
กรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร
%
กรรมการอิสระ
%
กรรมการผู้ชาย
คน
กรรมการผู้หญิง
คน
คณะกรรมการบริษัท

หมายเหตุ: ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการได้ที่รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ