สร้างแบรนด์ LOVE
ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน โดยมุ่งปลูกฝังค่านิยมและสร้างประสบการณ์การทำงานที่ทำให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และพร้อมร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและการยกระดับความผูกพันของพนักงาน
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง
ซีพีเอฟมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยยึดถือค่านิยมองค์กร 6 ประการ (CPF Way) เป็นกรอบการปฏิบัติร่วมกันของพนักงานทุกระดับ บริษัทบูรณาการการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมองค์กรไว้ในกระบวนการปฐมนิเทศพนักงาน การพัฒนาผู้นำ และโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการยึดมั่นในค่านิยมองค์กร ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันในวัฒนธรรมองค์กรของ CPF ในทุกระดับขององค์กร ผ่านการขับเคลื่อน 3Ps นอกจากนี้ บริษัทกำหนดให้พนักงานทุกคนเข้ารับการอบรมทบทวนหลักจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) เป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เสริมสร้างความตระหนักด้านการกำกับดูแลและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ตลอดจนสร้างความเข้าใจและการยึดมั่นในค่านิยมองค์กรและมาตรฐานการประพฤติปฏิบัติที่คาดหวังร่วมกันทั่วทั้งองค์กร


กระบวนการ

บุคลากร

แพลตฟอร์ม
การสร้างความผูกพันของพนักงาน
CPF ได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) ร่วมกับบริษัทสำรวจความผูกพันชั้นนำระดับโลก มิติการประเมินครอบคลุมความพึงพอใจในการทำงาน ความรู้สึกถึงเป้าหมายและความหมายของงาน ความสุขในการทำงาน และระดับความเครียด
ในปี 2565 บริษัทได้สำรวจความผูกพันของพนักงานร่วมกับ Kincentric โดยได้รับคะแนนความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ 64% ซึ่งอยู่ในระดับ Moderate Zone ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และในปี 2567 บริษัทได้สำรวจความผูกพันโดย Gallup ซึ่งได้รับคะแนนความผูกพันโดยรวม 4.16 จาก 5 คะแนน ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของความผูกพันของพนักงาน ทั้งนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินการสำรวจความผูกพันของ พนักงานด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านการพัฒนาบุคลากร สุขภาวะ ภาวะผู้นำ และสภาพแวดล้อมการทำงาน จึงยกระดับการดำเนินงานด้วยการจัดตั้ง CPF Employee Engagement Committee (CEEC) เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความผูกพันของพนักงานอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร
ในปี 2568 CPF ได้ดำเนินการสำรวจ Pulse Survey (การสำรวจเพื่อประเมินความคืบหน้าการดำเนินโครงการยกระดับความผูกพันองค์กร) จำนวน 2 ครั้ง ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าคะแนนในทุกประเด็นด้านความผูกพันปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิผลของแนวทางการบริหารจัดการด้าน Employee Engagement ที่มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ซีพีเอฟได้ยกระดับความผูกพันของพนักงานผ่านการจัดทำแผนงานยกระดับความผูกพันในระดับหน่วยธุรกิจ และผ่านโครงการ “CPF@Heart” อย่างต่อเนื่อง
CPF@Heart
CPF We Care
ออกแบบแนวปฏิบัติที่ตอบโจทย์การทำงานและการใช้ชีวิต เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและส่งเสริมความก้าวหน้าของพนักงานในระยะยาว ครอบคลุมการดูแลพนักงานใน 4 มิติ
- ผลประโยชน์และสวัสดิการ (Care for Benefits)
- ความก้าวหน้าในอาชีพ (Care for Career)
- ความเป็นอยู่ที่ดี (Care for Well-Being)
- การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการทำงาน (Care for Culture)
CPF LOVE & SHARE
มอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าและบริการของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ สําหรับพนักงานและครอบครัว เช่น
- ส่วนลดร้านอาหารจากหน่วยธุรกิจของบริษัท
- สิทธิประโยชน์ผลิตภัณฑ์อื่น เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง
- ส่วนลดค่าบริการและอุปกรณ์สื่อสารเครือข่าย True
- แอปพลิเคชัน AMAZE แพลตฟอร์มสะสมคะแนนแลกรับของพรีเมียม ทั้งสินค้าภายในและภายนอกเครือเจริญโภคภัณฑ์
- สร้าง C.P. Ambassador และ CPF Super KOL ที่รักและภาคภูมิใจในองค์กร สามารถสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและถ่ายทอดเรื่องราวเชิงสร้างสรรค์ของซีพีเอฟไปสู่บุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานที่เป็น C.P. Ambassador จำนวน 4,220 คน และ CPF Super KOL จำนวนกว่า 250 คน
ผลประโยชน์และสวัสดิการ
สนับสนุนโอกาสทางการศึกษา
บริษัทให้ทุนการศึกษากับพนักงานและบุตรของพนักงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 80 ทุน เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ในระดับสูง ปัจจุบันมีพนักงานที่สำเร็จการศึกษาแล้ว 14 คน และกำลังศึกษาอยู่ 16 คน แสดงถึงการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง
ด้านสุขภาพของพนักงาน
สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแก่พนักงานและครอบครัว

ห้องออกกำลังกาย

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีที่เหมาะสมกับช่วงอายุของพนักงาน

วัคซีนสำหรับพนักงานและครอบครัวในราคาพิเศษ

บริการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษา รักษาอาการ รวมถึงทำกายภาพจากโรค Office Syndrome

ร่วมกับแอปพลิเคชัน "หมอดี" ให้พนักงานเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ Telemedicine ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

สิทธิการลาเลี้ยงดูบุตรแรกเกิด สำหรับพนักงานชายโดยได้รับค่าจ้าง เป็นเวลา 15 วัน

สิทธิการลาเพื่อดูแลครอบครัว

สำหรับพนักงานหญิงตั้งครรภ์
สิทธิการปรับเวลาและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม

สิทธิลาคลอดบุตรและวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดเป็นเวลา 120 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 60 วัน ตามที่กฏหมายกำหนด

นอกจากนี้ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการสนับสนุนให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม เช่น พื้นที่ส่วนตัวสำหรับการปั๊มนม พร้อมความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับคุณแม่ รวมถึงบริการด้าน การดูแลเด็ก โดยพิจารณาจากความต้องการของพนักงานและบริบทการดำเนินงานของแต่ละพื้นที่ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียมทางเพศ และสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรกับครอบครัว
ความก้าวหน้าในอาชีพ
โครงการหมุนเวียนงานภายใน
บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าใจการทำงานเชิงลึกและมีทักษะหลากหลายผ่านงาน Opportunity Day ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีโดยรวบรวมตำแหน่งงานว่างที่เปิดรับในองค์กรเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสหมุนเวียนงานและวางแผนสายอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง

การพัฒนาทักษะที่จำเป็น
บริษัทส่งเสริมและพัฒนาทักษะดิจิทัลตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง เช่น AI Canva, AI Agent, AI Automation AI New Trends มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีศักยภาพในการทำงานสูงสุด ตลอดจนรองรับอนาคตการทำงานรูปแบบใหม่ โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมกว่า 50,000 คน

โอกาสทางการศึกษา
บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานและบุตรของพนักงานได้รับทุนการศึกษา โดยมีจำนวนทุนการศึกษากว่า 30 ทุน เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ในระดับสูง ปัจจุบันมีพนักงานที่สำเร็จการศึกษาแล้ว 14 คน และกำลังศึกษาอยู่ 16 คน แสดงถึงการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง

ความเป็นอยู่ที่ดี
บริษัทมีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานทั้งสุขภาพกาย และ สุขภาพใจ รวมถึงตระหนักว่าความเครียดในที่ทำงานส่งผลต่อสุขภาวะ ความผูกพัน และประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน จึงดำเนินการดูแลและบริหารจัดการความเครียดผ่านแนวทางแบบองค์รวมภายใต้ “Care for Well-being” เช่น การปฏิบัติงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hour) เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกช่วงเวลาการทำงานภายในกรอบเวลาที่กำหนด การทำงานแบบ Remote Work สำหรับหน่วยงานที่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการสื่อสารและบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจ้างงานพาร์ตไทม์ (Part-time) โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร ทั้งหมดนี้ช่วยให้พนักงานสามารถปรับเวลาทำงานให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของตนเองได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานแต่ละคน ได้อย่างเหมาะสม
การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องวิถีชีวิต
ส่งเสริมความยืดหยุ่นในการทำงานผ่านแนวทางที่หลากหลาย เช่น
การปฏิบัติงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hour)

การทำงานแบบ Remote Work สำหรับหน่วยงานที่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้

การจ้างงานพาร์ตไทม์ (Part-time) โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร

ทั้งหมดนี้ช่วยให้พนักงานสามารถปรับเวลาทำงานให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของตนเองได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานแต่ละคน ได้อย่างเหมาะสม
การยกระดับคุณภาพชีวิต ด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์
ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มผ่าน 19 ชมรม ซึ่งมีพนักงานเข้าร่วมเป็นสมาชิกกว่า 11,500 คน และมีการจัดกิจกรรมกว่า 100 ครั้ง เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงาน อาทิ
- ด้านกีฬา เช่น ชมรมแบดมินตัน ชมรมวิ่ง ชมรมหมากล้อม
- ด้านกิจกรรมนันทนาการ เช่น ชมรมดนตรี ชมรมท่องเที่ยวจิตอาสา ชมรมบำเพ็ญประโยชน์
- ด้านเสริมสร้างสุขภาวะ เช่น ชมรม LGBTQ+ ชมรม Happy Life ชมรมครอบครัวอบอุ่น
นอกจากนี้ ชมรมยังเป็นช่องทางสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งบริษัทนำไปปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและเสริมสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร
การยกระดับคุณภาพชีวิต ด้านการเงินและเตรียมพร้อมวัยเกษียณ
ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยเฉพาะในด้านความรู้และทักษะการบริหารการเงินส่วนบุคคล เพื่อให้พนักงานมีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการร่วมมือกับธนาคารและหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 ล่าสุดได้ผสานความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการจัดอบรมผ่านชมรมการออมและการลงทุน โดยปีที่ผ่านมาได้จัดการอบรมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ซึ่งผู้เข้าร่วมแสดงความพึงพอใจในหลักสูตรมากถึง ร้อยละ 90 บริษัทยังสนับสนุนการเตรียมความพร้อมวัยเกษียณ เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้หลังเกษียณให้กับพนักงาน เช่น กิจกรรม “สูตรพิเศษสู่การเกษียณ เรียนทำอาหารจากเมนูโปรด” กิจกรรม “Happy Job งานใหม่วัยเกษียณ” นอกจากนี้บริษัทยังให้การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างครบวงจร ซึ่งครอบคลุมถึงการวางแผนก่อนเกษียณ การให้คำแนะนำด้านการเงิน การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับชีวิตหลังการทำงาน
การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการทำงาน
ซีพีเอฟมุ่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ผ่านแนวคิด "ชี้แนะแต่ไม่ชี้นำ" เพื่อปลดล็อกศักยภาพบุคลากร เน้นความรวดเร็วและคุณภาพ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สอดคล้องกับค่านิยม CPF Way โดยเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางความคิด ส่งเสริมการเรียนรู้ การตัดสินใจ และความร่วมมือข้ามสายงาน บริษัทปลูกฝังค่านิยมผ่านกลไก ดังนี้
- โครงการวัฒนธรรมการชื่นชม (Rewards and Recognition): บริษัทมุ่งสร้างวัฒนธรรมแห่งการยกย่องชมเชยทั้งภายในสายธุรกิจเดียวกันและข้ามสายธุรกิจ โดยเฉพาะการชื่นชมเพื่อนพนักงานที่ปฏิบัติงานและดำเนินชีวิตตามหลัก CPF Way เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานมีพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยมีช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ ช่องทางออฟไลน์ เช่น การ์ดชมเชย บอร์ดประชาสัมพันธ์พนักงานดีเด่น และช่องทางออนไลน์ผ่านระบบ CPF Connect ด้วยการส่ง Thumb up ซึ่งได้รับการตอบรับจากพนักงานเป็นอย่างดี โดยตลอดปี 2568 มีการชื่นชมระหว่างพนักงานกว่า 36,000 ครั้ง
- โครงการ CPF Super KOL: บริษัทพัฒนาพนักงานให้เป็นตัวแทนด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture Ambassadors) ผ่านกิจกรรม C.P. Super KOL Bootcamp ซึ่งมุ่งติดอาวุธด้านการสื่อสารด้วยเครื่องมือดิจิทัลและเทคนิคการสร้างสรรค์คอนเทนต์สมัยใหม่ เพื่อให้พนักงานสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเชิงบวก สื่อสารค่านิยมองค์กร สู่ทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทได้จัดกิจกรรม C.P. Super KOL Award Day เพื่อยกย่องพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น ปัจจุบันมีพนักงานเข้าร่วมเป็น CPF Super KOL แล้วกว่า 250 คน ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยค่านิยมขององค์กรให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
- โครงการ C.P. Ambassador: โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็น “ตัวแทนองค์กร” ในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและถ่ายทอดเรื่องราวเชิงสร้างสรรค์ของซีพีเอฟไปสู่บุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร
