กิจการประเทศไทย

เป้าหมาย

ปี 2573
การเรียกคืนสินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพของสาธารณชนเป็น
ศูนย์
กิจการประเทศไทย

ผลการดำเนินงาน

ปี 2568
การเรียกคืนสินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพของสาธารณชนเป็น
ศูนย์

การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและการส่งเสริมสุขภาพที่ดี ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ การบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดสามารถก่อให้เกิดโรคได้มากกว่า 200 ชนิด และนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย

ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหารภายใต้นโยบายคุณภาพและแนวคิด Quality by Design ที่บูรณาการการประเมินความเสี่ยงและการจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบให้ผู้บริโภค ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร การบริหารจัดการด้วยระบบและมาตรฐานสากล ตลอดจนความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยและพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของบริษัทมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด มีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภค และมีส่วนร่วมพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน

Culture and Capability

สร้างวัฒนธรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถ

บุคลากรเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร บริษัทจึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานในทุกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่สอดคล้องทั่วทั้งองค์กร สามารถนำระบบและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้จัดทำคู่มือ CPF Food Safety and Quality Culture (FSQC) ครอบคลุมการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของบริษัท เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและแนวปฏิบัติด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารให้กับพนักงานและคนงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวทางปรับปรุง เพื่อร่วมยกระดับวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหารทั่วทั้งองค์กร

เสริมพลังคน สร้างวัฒนธรรมคุณภาพ ยกระดับความปลอดภัยอาหารด้วย Small Group Activity

ด้วยการส่งมอบคุณภาพให้กับลูกค้าและผู้บริโภคเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้นำแนวคิด Small Group มาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานระดับปฏิบัติการในรูปแบบ Bottom-up เพื่อร่วมกันค้นหาสาเหตุ วิเคราะห์ปัญหา และพัฒนาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ แนวคิดดังกล่าวช่วยปรับเปลี่ยนบทบาทพนักงานจากผู้ปฏิบัติสู่ ‘ผู้ร่วมสร้างคุณค่า’ พร้อมส่งเสริมบุคลากรรุ่นใหม่ให้กล้าคิด กล้าลงมือทำ และสร้างสรรค์แนวทางการทำงานที่แตกต่างอย่างเหมาะสม ยกระดับการส่งมอบคุณภาพที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การพัฒนาศักยภาพบุคลากร

บริษัทเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ความสามารถด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารให้พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การปฐมนิเทศ การฝึกอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของบริษัท (e-Learning) การฝึกอบรมในชั้นเรียน (Classroom / Workshop Training) การเรียนรู้ผ่านการทำโครงการ (Project-based Learning) การเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน (On-the-Job Training) รวมไปถึงการให้คำปรึกษาและการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ (Coaching / Mentoring)

พนักงานทุกคน

บริษัทกำหนดให้ ‘คุณภาพ’ เป็น 1 ใน 4 หมวดหลักในจรรยาบรรณธุรกิจของซีพีเอฟ โดยจรรยาบรรณธุรกิจเป็นหลักสูตรพื้นฐาน (Fundamental Course) ที่พนักงานทุกคนต้องเข้าอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของบริษัทเป็นประจำทุกปี

4 หัวข้อหลักด้าน ‘คุณภาพ’ ในจรรยาบรรณธุรกิจ ที่พนักงานทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติและเข้าฝึกอบรมเป็นประจำทุกปี

01
การส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ
02
การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน
03
การจัดซื้อจัดหาอย่างมีจริยธรรม
04
การขายและการตลาดอย่างรับผิดชอบ

พนักงานด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร

บริษัทจัดฝึกอบรมให้พนักงานด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารเป็นประจำทุกปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

การสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ประกอบด้วยด้านวัตถุดิบ (Raw Material) ด้านการออกแบบตามหลักสุขลักษณะ (Hygienic Design) ด้านการประกันคุณภาพอย่างเป็นระบบ (Quality Assurance by Design) ด้านการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส (Sensory Evaluation) และพัฒนาผู้เชี่ยวชาญให้เป็น Internal Instructor ส่งต่อองค์ความรู้ให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องด้วย

CPF x KMITL x EHEDG Thailand พัฒนาศักยภาพด้วยมาตรฐานยุโรป EHEDG

ตั้งแต่ปี 2567 บริษัทได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และศูนย์วิศวกรรมและการออกแบบตามหลักสุขลักษณะแห่งสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย (EHEDG Thailand) จัดอบรมหลักสูตร EHEDG Hygienic Design ให้กับพนักงานในหน่วยงานประกันคุณภาพและหน่วยงานวิศวกรรม โดย EHEDG เป็นมาตรฐานอ้างอิงด้านการออกแบบสุขลักษณะในอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้เข้าร่วมอบรมยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งองค์กร ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับระบบบริหารจัดการความปลอดภัยอาหารให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากยังเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารเชิงป้องกัน (Preventive Food Safety Culture) ตลอดห่วงโซ่การผลิตอีกด้วย

การฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร

หลักการปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice: GMP) การวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Points: HACCP) สุขลักษณะส่วนบุคคล (Personal Hygiene) การควบคุมสัตว์รบกวน (Pest Control) การปลอมแปลงอาหาร (Food Fraud) การปกป้องอาหาร (Food Defense)

โดยในปี 2568 พนักงานในกิจการประเทศไทยและประเทศเวียดนาม
ร้อยละ
ผ่านการอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร

System & Standards

ระบบและมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารระดับสากลตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทมีระบบการบริหารจัดการสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ภายใต้นโยบายคุณภาพซีพีเอฟ (CPF Quality Policy) ที่ใช้เป็นกรอบในการกำกับดูแล ควบคุม การดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหน่วยธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจผลิตอาหาร (Feed Farm Food) โดยกิจการประเทศไทยธุรกิจไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ และผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร และประเทศเวียดนามธุรกิจไก่เนื้อ ครบวงจร บิน เฟิก มีสำนักระบบมาตรฐานอาหารสากลเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภายใต้ CPF Food Standard

CPF Food Standard

ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมาตรฐานเดียวกันในระดับสากลสู่ผู้บริโภค บริษัทจึงได้พัฒนา ‘มาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard)’ ขึ้นในปี 2561 และขยายผลการบริหารจัดการทั้งกิจการในประเทศไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียนที่กำหนดมาตรฐานการผลิตอาหารของตนเอง

มาตรฐานอาหารซีพีเอฟได้บูรณาการมาตรฐานสากลหลายมาตรฐานเข้าด้วยกัน ได้แก่ Codex, ISO 9001, ISO 22000, BRCGS, LR Farm First รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืน ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (British Standards Institution: BSI)

ด้านความปลอดภัยอาหาร
  • อันตรายด้านความปลอดภัยอาหาร
  • อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอาหาร
  • การปลอมแปลงและการป้องกันการปนเปื้อนอาหาร (Food Fraud & Food Defense)
ด้านคุณภาพอาหาร
  • ระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล
  • ความโปร่งใสและการป้องกันการแก้ไขข้อมูลย้อนหลังด้วยบล็อกเชน
ด้านความยั่งยืนอาหาร
  • คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหารและความยั่งยืน
  • การลดการสูญเสียอาหาร
  • การปฏิบัติด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี

การตรวจประเมินภายใน

การตรวจประเมินภายในถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานสำคัญ โดยบริษัทได้ดำเนินการตรวจประเมินภายในเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยครั้งตามผลการประเมินความเสี่ยง โดยผู้ตรวจประเมินภายในได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหารโรงงานและต้องมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ตรวจประเมิน ทั้งยังต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เช่น Internal Audit หรือ Lead Assessor รวมถึงต้องเข้ารับการอบรมทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี เพื่อรักษาความเชี่ยวชาญในการตรวจประเมินระบบมาตรฐานขององค์กร

ขณะเดียวกันซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เป็นผู้ตรวจประเมินภายในด้วยโครงการ SMART IA-Internal Audit เพื่อให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงองค์กรในเชิงลึกด้วยกิจกรรมการตรวจประเมินภายใน ให้เป็นทีมที่เชี่ยวชาญและทำงานในทิศทางเดียวกันตามมาตรฐานสากล ISO 19011 โดยสามารถตรวจประเมินระบบมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ยั่งยืน รวมถึงมาตรฐานอื่นๆ นำมาสู่การยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (CPF value chain) ตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ พ่อแม่พันธุ์ โรงฟักไข่ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงงานชำแหละ และโรงงานอาหารแปรรูป โดยผลจากการตรวจประเมินภายในได้นำมาใช้เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการผลิตพร้อมกำหนดมาตรการควบคุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และยังมีการใช้ผู้ส่งมอบมากกว่าหนึ่งรายสำหรับวัตถุดิบที่มีความสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบแหล่งเดียว ทั้งนี้ มาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) ยังกำหนดให้บริษัทมีการวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต เช่น การปรับแผนการผลิตให้เหมาะสม และการจัดลำดับความสำคัญของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เพื่อบริหารจัดการ โดยมีการติดตามและทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการอย่างต่อเนื่องผ่านการประเมินผลและการทบทวนของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการตรวจประเมินจากภายนอกโดยลูกค้าและผู้ตรวจประเมินอิสระ โดยในปี 2568 บริษัทได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานสากลด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ดังนี้

ธุรกิจอาหารสัตว์
GMP, GHPs, HACCP ISO 9001 ISO 220000 ISO 17025 Global GAP BAP, ASC AI Compartmenti FAMI QSii SMETA CPF Food Standard
ไทย
เวียดนาม
รัสเซีย
ฟิลิปปินส์
กัมพูชา
มาเลเซีย
อังกฤษ
อินเดีย
ลาว
ธุรกิจเลี้ยงสัตว์และแปรรูป
GAP, GMP, GHPs, HACCP ISO 9001 ISO 220000 AI Compartment BAP, ASC BRCGS Food Safety SMETA Farm F1rst Global S.L.P CPF Food Standard
ไทย
เวียดนาม
รัสเซีย
มาเลเซีย
อินเดีย
ธุรกิจอาหาร
GMP, GHP, HACCPiii ISO 9001 ISO 220000 ISO 17025 FSSC 220000 BRCGS Food Safety SMETA BAP, ASC IFS CPF Food Standard
ไทย
เวียดนาม
กัมพูชา
มาเลเซีย
อังกฤษ
อินเดีย
ลาว
เบลเยี่ยม

หมายเหตุ:

i AI Compartment (Avian Influenza Compartment) มาตรฐานคอมพาร์ทเมนท์ปลอดโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกของกรมปศุุสัตว์

ii FAMI QS (Feed Additives and Pre-Mixtures Quality System) ระบบการจัดการคุุณภาพและความปลอดภัยส่วนผสมอาหารสัตว์

iii โรงงานผลิตอาหาร ครอบคลุุมตั้งแต่โรงงานอาหารแปรรููปกึ่่งปรุุงสุุกและปรุุงสุุก และโรงงานอาหารสำเร็จรููป (อาหารพร้อมรับประทาน)


CPF Food Laboratory

บริษัทพัฒนาศักยภาพการตรวจสอบและรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Extent of Product Testing Capacity) อย่างต่อเนื่อง โดยกิจการประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการภายใน (In-house Laboratory) จำนวน 9 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 โดยมีขอบเขตการทดสอบของบริษัทครอบคลุมทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่

การตรวจวิเคราะห์ด้านจุลชีววิทยา (Microbiology)
การตรวจวิเคราะห์ทางด้านเคมี (Chemistry)
การตรวจวิเคราะห์ทางกายภาพและประสาทสัมผัส (Physical & Sensory)
การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration)

การมีห้องปฏิบัติการภายในภายในช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินคุณภาพผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การทำงานร่วมกับคู่ค้าธุรกิจ

บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพคู่ค้าธุรกิจด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจ (Supplier) และผู้รับเหมา (Contractor) ทุกรายปฏิบัติตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติคุณภาพ บุคลากร สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล รวมถึงปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารของบริษัทอย่างเคร่งครัดเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารและจัดฝึกอบรมมาตรฐานคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Standard) อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

บริษัทมุ่งพัฒนาคู่ค้าธุรกิจและเกษตรกรผู้ส่งมอบวัตถุดิบที่สำคัญผ่านกระบวนการทำงานเชิงรุกและการมีส่วนร่วม โดยเริ่มจากการจัดกลุ่มคู่ค้าธุรกิจตามหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk-based Prioritization) เพื่อการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรู้และขีดความสามารถของคู่ค้าธุรกิจเป็นประจำทุกปีผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงลึก การทำโครงการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา และการสร้างแรงจูงใจ ซึ่งในปี 2568 บริษัทได้จัดฝึกอบรมให้กับคู่ค้าธุรกิจรวม 100 ราย เพื่อสร้างความเข้าใจในการปรับปรุงกระบวนการและผนึกความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยอาหารอย่างเป็นรูปธรรม


การยกระดับด้วยเทคโนโลยี

บริษัทยกระดับการบริหารคุณภาพและความปลอดภัยอาหารด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตและการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้มีการใช้ machine inspection แทนการตรวจสอบโดยคน ช่วยให้บริษัทสามารถลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมคุณภาพ และเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยอาหาร

การสร้างความโปร่งใสด้านคุณภาพและความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล

บริษัทนำระบบการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัลมาใช้ในกิจการประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ของบริษัทด้วยข้อมูลที่โปร่งใสผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยในปี 2568 ระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัลครอบคลุมผลิตภัณฑ์ไก่สด หมูสด กุ้งสด ไข่ไก่ เป็ดสด เป็ดปรุงสุก และไข่แปรรูป

Partnerships & Participation

การมีส่วนร่วมและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

บริษัทตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหาร จึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกของหน่วยงานและสมาคมในระดับประเทศ รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาและพันธมิตรในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารโดยรวม

ในปี 2568 บริษัทในฐานะผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (Federation of Thai Industries: FTI) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius) ซึ่งจัดโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ การประชุม Codex Committee on Food Additives (CCFA) และ Codex Committee on Food Hygiene (CCFH) ครั้งที่ 55 โดยมีส่วนร่วมในการพิจารณาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเจือปนอาหาร การประเมินความปลอดภัยตามหลักวิทยาศาสตร์ และแนวทางสุขลักษณะอาหาร เพื่อคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค ส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้า และสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางสากล นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสัตว์ปีก โดยเฉพาะตลาดส่งออก กิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การให้ข้อมูลสำหรับการผลิตและการตลาด และร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ของอุตสาหกรรม