การบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน
การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและการส่งเสริมสุขภาพที่ดี ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ การบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดสามารถก่อให้เกิดโรคได้มากกว่า 200 ชนิด และนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหารภายใต้นโยบายคุณภาพและแนวคิด Quality by Design ที่บูรณาการการประเมินความเสี่ยงและการจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบให้ผู้บริโภค ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร การบริหารจัดการด้วยระบบและมาตรฐานสากล ตลอดจนความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยและพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของบริษัทมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด มีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภค และมีส่วนร่วมพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน
Culture and Capability
สร้างวัฒนธรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถ
บุคลากรเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร บริษัทจึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานในทุกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่สอดคล้องทั่วทั้งองค์กร สามารถนำระบบและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้จัดทำคู่มือ CPF Food Safety and Quality Culture (FSQC) ครอบคลุมการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของบริษัท เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและแนวปฏิบัติด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารให้กับพนักงานและคนงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวทางปรับปรุง เพื่อร่วมยกระดับวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหารทั่วทั้งองค์กร
เสริมพลังคน สร้างวัฒนธรรมคุณภาพ ยกระดับความปลอดภัยอาหารด้วย Small Group Activity
ด้วยการส่งมอบคุณภาพให้กับลูกค้าและผู้บริโภคเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้นำแนวคิด Small Group มาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานระดับปฏิบัติการในรูปแบบ Bottom-up เพื่อร่วมกันค้นหาสาเหตุ วิเคราะห์ปัญหา และพัฒนาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ แนวคิดดังกล่าวช่วยปรับเปลี่ยนบทบาทพนักงานจากผู้ปฏิบัติสู่ ‘ผู้ร่วมสร้างคุณค่า’ พร้อมส่งเสริมบุคลากรรุ่นใหม่ให้กล้าคิด กล้าลงมือทำ และสร้างสรรค์แนวทางการทำงานที่แตกต่างอย่างเหมาะสม ยกระดับการส่งมอบคุณภาพที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
บริษัทเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ความสามารถด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารให้พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การปฐมนิเทศ การฝึกอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของบริษัท (e-Learning) การฝึกอบรมในชั้นเรียน (Classroom / Workshop Training) การเรียนรู้ผ่านการทำโครงการ (Project-based Learning) การเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน (On-the-Job Training) รวมไปถึงการให้คำปรึกษาและการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ (Coaching / Mentoring)
พนักงานทุกคน
บริษัทกำหนดให้ ‘คุณภาพ’ เป็น 1 ใน 4 หมวดหลักในจรรยาบรรณธุรกิจของซีพีเอฟ โดยจรรยาบรรณธุรกิจเป็นหลักสูตรพื้นฐาน (Fundamental Course) ที่พนักงานทุกคนต้องเข้าอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของบริษัทเป็นประจำทุกปี
4 หัวข้อหลักด้าน ‘คุณภาพ’ ในจรรยาบรรณธุรกิจ ที่พนักงานทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติและเข้าฝึกอบรมเป็นประจำทุกปี
พนักงานด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
บริษัทจัดฝึกอบรมให้พนักงานด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารเป็นประจำทุกปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
การสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ประกอบด้วยด้านวัตถุดิบ (Raw Material) ด้านการออกแบบตามหลักสุขลักษณะ (Hygienic Design) ด้านการประกันคุณภาพอย่างเป็นระบบ (Quality Assurance by Design) ด้านการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส (Sensory Evaluation) และพัฒนาผู้เชี่ยวชาญให้เป็น Internal Instructor ส่งต่อองค์ความรู้ให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องด้วย
CPF x KMITL x EHEDG Thailand พัฒนาศักยภาพด้วยมาตรฐานยุโรป EHEDG
ตั้งแต่ปี 2567 บริษัทได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และศูนย์วิศวกรรมและการออกแบบตามหลักสุขลักษณะแห่งสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย (EHEDG Thailand) จัดอบรมหลักสูตร EHEDG Hygienic Design ให้กับพนักงานในหน่วยงานประกันคุณภาพและหน่วยงานวิศวกรรม โดย EHEDG เป็นมาตรฐานอ้างอิงด้านการออกแบบสุขลักษณะในอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ผู้เข้าร่วมอบรมยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งองค์กร ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับระบบบริหารจัดการความปลอดภัยอาหารให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากยังเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารเชิงป้องกัน (Preventive Food Safety Culture) ตลอดห่วงโซ่การผลิตอีกด้วย
การฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
หลักการปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice: GMP) การวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Points: HACCP) สุขลักษณะส่วนบุคคล (Personal Hygiene) การควบคุมสัตว์รบกวน (Pest Control) การปลอมแปลงอาหาร (Food Fraud) การปกป้องอาหาร (Food Defense)
System & Standards
ระบบและมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารระดับสากลตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทมีระบบการบริหารจัดการสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ภายใต้นโยบายคุณภาพซีพีเอฟ (CPF Quality Policy) ที่ใช้เป็นกรอบในการกำกับดูแล ควบคุม การดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหน่วยธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจผลิตอาหาร (Feed Farm Food) โดยกิจการประเทศไทยธุรกิจไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ และผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร และประเทศเวียดนามธุรกิจไก่เนื้อ ครบวงจร บิน เฟิก มีสำนักระบบมาตรฐานอาหารสากลเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภายใต้ CPF Food Standard
CPF Food Standard
ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมาตรฐานเดียวกันในระดับสากลสู่ผู้บริโภค บริษัทจึงได้พัฒนา ‘มาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard)’ ขึ้นในปี 2561 และขยายผลการบริหารจัดการทั้งกิจการในประเทศไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียนที่กำหนดมาตรฐานการผลิตอาหารของตนเอง
มาตรฐานอาหารซีพีเอฟได้บูรณาการมาตรฐานสากลหลายมาตรฐานเข้าด้วยกัน ได้แก่ Codex, ISO 9001, ISO 22000, BRCGS, LR Farm First รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืน ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (British Standards Institution: BSI)
ด้านความปลอดภัยอาหาร
- อันตรายด้านความปลอดภัยอาหาร
- อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอาหาร
- การปลอมแปลงและการป้องกันการปนเปื้อนอาหาร (Food Fraud & Food Defense)

ด้านคุณภาพอาหาร
- ระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล
- ความโปร่งใสและการป้องกันการแก้ไขข้อมูลย้อนหลังด้วยบล็อกเชน

ด้านความยั่งยืนอาหาร
- คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหารและความยั่งยืน
- การลดการสูญเสียอาหาร
- การปฏิบัติด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี

การตรวจประเมินภายใน
การตรวจประเมินภายในถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานสำคัญ โดยบริษัทได้ดำเนินการตรวจประเมินภายในเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยครั้งตามผลการประเมินความเสี่ยง โดยผู้ตรวจประเมินภายในได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหารโรงงานและต้องมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ตรวจประเมิน ทั้งยังต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เช่น Internal Audit หรือ Lead Assessor รวมถึงต้องเข้ารับการอบรมทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี เพื่อรักษาความเชี่ยวชาญในการตรวจประเมินระบบมาตรฐานขององค์กร
ขณะเดียวกันซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เป็นผู้ตรวจประเมินภายในด้วยโครงการ SMART IA-Internal Audit เพื่อให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงองค์กรในเชิงลึกด้วยกิจกรรมการตรวจประเมินภายใน ให้เป็นทีมที่เชี่ยวชาญและทำงานในทิศทางเดียวกันตามมาตรฐานสากล ISO 19011 โดยสามารถตรวจประเมินระบบมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ยั่งยืน รวมถึงมาตรฐานอื่นๆ นำมาสู่การยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนตามมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (CPF value chain) ตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ พ่อแม่พันธุ์ โรงฟักไข่ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงงานชำแหละ และโรงงานอาหารแปรรูป โดยผลจากการตรวจประเมินภายในได้นำมาใช้เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการผลิตพร้อมกำหนดมาตรการควบคุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และยังมีการใช้ผู้ส่งมอบมากกว่าหนึ่งรายสำหรับวัตถุดิบที่มีความสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบแหล่งเดียว ทั้งนี้ มาตรฐานอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Standard) ยังกำหนดให้บริษัทมีการวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต เช่น การปรับแผนการผลิตให้เหมาะสม และการจัดลำดับความสำคัญของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เพื่อบริหารจัดการ โดยมีการติดตามและทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการอย่างต่อเนื่องผ่านการประเมินผลและการทบทวนของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการตรวจประเมินจากภายนอกโดยลูกค้าและผู้ตรวจประเมินอิสระ โดยในปี 2568 บริษัทได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานสากลด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ดังนี้
ธุรกิจอาหารสัตว์
| GMP, GHPs, HACCP | ISO 9001 | ISO 220000 | ISO 17025 | Global GAP | BAP, ASC | AI Compartmenti | FAMI QSii | SMETA | CPF Food Standard | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ไทย | ||||||||||
| เวียดนาม | ||||||||||
| รัสเซีย | ||||||||||
| ฟิลิปปินส์ | ||||||||||
| กัมพูชา | ||||||||||
| มาเลเซีย | ||||||||||
| อังกฤษ | ||||||||||
| อินเดีย | ||||||||||
| ลาว |
ธุรกิจเลี้ยงสัตว์และแปรรูป
| GAP, GMP, GHPs, HACCP | ISO 9001 | ISO 220000 | AI Compartment | BAP, ASC | BRCGS Food Safety | SMETA | Farm F1rst | Global S.L.P | CPF Food Standard | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ไทย | ||||||||||
| เวียดนาม | ||||||||||
| รัสเซีย | ||||||||||
| มาเลเซีย | ||||||||||
| อินเดีย |
ธุรกิจอาหาร
| GMP, GHP, HACCPiii | ISO 9001 | ISO 220000 | ISO 17025 | FSSC 220000 | BRCGS Food Safety | SMETA | BAP, ASC | IFS | CPF Food Standard | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ไทย | ||||||||||
| เวียดนาม | ||||||||||
| กัมพูชา | ||||||||||
| มาเลเซีย | ||||||||||
| อังกฤษ | ||||||||||
| อินเดีย | ||||||||||
| ลาว | ||||||||||
| เบลเยี่ยม |
หมายเหตุ:
i AI Compartment (Avian Influenza Compartment) มาตรฐานคอมพาร์ทเมนท์ปลอดโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกของกรมปศุุสัตว์
ii FAMI QS (Feed Additives and Pre-Mixtures Quality System) ระบบการจัดการคุุณภาพและความปลอดภัยส่วนผสมอาหารสัตว์
iii โรงงานผลิตอาหาร ครอบคลุุมตั้งแต่โรงงานอาหารแปรรููปกึ่่งปรุุงสุุกและปรุุงสุุก และโรงงานอาหารสำเร็จรููป (อาหารพร้อมรับประทาน)
CPF Food Laboratory
บริษัทพัฒนาศักยภาพการตรวจสอบและรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Extent of Product Testing Capacity) อย่างต่อเนื่อง โดยกิจการประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการภายใน (In-house Laboratory) จำนวน 9 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 โดยมีขอบเขตการทดสอบของบริษัทครอบคลุมทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่
การตรวจวิเคราะห์ด้านจุลชีววิทยา (Microbiology)
การตรวจวิเคราะห์ทางด้านเคมี (Chemistry)
การตรวจวิเคราะห์ทางกายภาพและประสาทสัมผัส (Physical & Sensory)
การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration)
การมีห้องปฏิบัติการภายในภายในช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินคุณภาพผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำงานร่วมกับคู่ค้าธุรกิจ
บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพคู่ค้าธุรกิจด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจ (Supplier) และผู้รับเหมา (Contractor) ทุกรายปฏิบัติตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติคุณภาพ บุคลากร สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล รวมถึงปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารของบริษัทอย่างเคร่งครัดเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารและจัดฝึกอบรมมาตรฐานคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Standard) อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
บริษัทมุ่งพัฒนาคู่ค้าธุรกิจและเกษตรกรผู้ส่งมอบวัตถุดิบที่สำคัญผ่านกระบวนการทำงานเชิงรุกและการมีส่วนร่วม โดยเริ่มจากการจัดกลุ่มคู่ค้าธุรกิจตามหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk-based Prioritization) เพื่อการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรู้และขีดความสามารถของคู่ค้าธุรกิจเป็นประจำทุกปีผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงลึก การทำโครงการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา และการสร้างแรงจูงใจ ซึ่งในปี 2568 บริษัทได้จัดฝึกอบรมให้กับคู่ค้าธุรกิจรวม 100 ราย เพื่อสร้างความเข้าใจในการปรับปรุงกระบวนการและผนึกความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยอาหารอย่างเป็นรูปธรรม
การยกระดับด้วยเทคโนโลยี
บริษัทยกระดับการบริหารคุณภาพและความปลอดภัยอาหารด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตและการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้มีการใช้ machine inspection แทนการตรวจสอบโดยคน ช่วยให้บริษัทสามารถลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมคุณภาพ และเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยอาหาร
การสร้างความโปร่งใสด้านคุณภาพและความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล
บริษัทนำระบบการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัลมาใช้ในกิจการประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ของบริษัทด้วยข้อมูลที่โปร่งใสผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยในปี 2568 ระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัลครอบคลุมผลิตภัณฑ์ไก่สด หมูสด กุ้งสด ไข่ไก่ เป็ดสด เป็ดปรุงสุก และไข่แปรรูป

Partnerships & Participation
การมีส่วนร่วมและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ
บริษัทตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหาร จึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกของหน่วยงานและสมาคมในระดับประเทศ รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาและพันธมิตรในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารโดยรวม
ในปี 2568 บริษัทในฐานะผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (Federation of Thai Industries: FTI) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius) ซึ่งจัดโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ การประชุม Codex Committee on Food Additives (CCFA) และ Codex Committee on Food Hygiene (CCFH) ครั้งที่ 55 โดยมีส่วนร่วมในการพิจารณาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเจือปนอาหาร การประเมินความปลอดภัยตามหลักวิทยาศาสตร์ และแนวทางสุขลักษณะอาหาร เพื่อคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค ส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้า และสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางสากล นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสัตว์ปีก โดยเฉพาะตลาดส่งออก กิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การให้ข้อมูลสำหรับการผลิตและการตลาด และร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ของอุตสาหกรรม
