ซีพีเอฟตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น จึงได้ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบ ครอบคลุมมิติด้านกายภาพ ด้านสังคม และด้านกฎระเบียบ สำหรับพื้นที่การดำเนินงานใหม่ บริษัทใช้ ประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลน้ำท่วมและน้ำแล้งในอดีตประกอบการตัดสินใจก่อนก่อสร้าง เช่า หรือซื้อพื้นที่ดำเนินงาน

กรอบการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ความเสี่ยงจากการพึ่งพา
(Dependency)
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบ
(Impact)
ครอบคลุม 3 ด้าน
ด้านกายภาพ
  • ปริมาณน้ำ

    ความเพียงพอของน้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต

  • คุณภาพน้ำ

    คุณภาพของน้ำที่ดึงน้ำมาใช้และน้ำทิ้งทั้งในปัจจุบันและอนาคต

  • ภัยธรรมชาติที่เกี่ยวกับน้ำ

    เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง

ด้านสังคม
  • ผลกระทบต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียจากการดึงน้ำมาใช้และการระบายน้ำออก

  • ความท้าทายหรือความขัดแย้งจากการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน

ด้านกฎระเบียบ
  • การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน รวมถึงความพร้อมต่อกฎระเบียบใหม่ ๆ ในอนาคต

  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาน้ำ

ขอบเขตการประเมิน
  • ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัท คู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตร โดยพิจารณาทั้งตำแหน่งที่ตั้งและประเภทกิจกรรม
ข้อมูลประกอบการประเมิน
  • ข้อมูลน้ำท่วม-น้ำแล้งในอดีต
  • ข้อมูลปริมาณการดึงน้ำมาใช้ของบริษัท
  • ข้อมูลภาวะขาดแคลนน้ำ (Water Stress) ในพื้นที่ดำเนินงาน ผ่านเครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas ที่พัฒนาโดย World Resources Institute (WRI)
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
  • จัดทำผ่านเครื่องมือและฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น ENCORE Biodiversity Module, WRI Aqueduct และ WWF Water Risk Filter นอกจากนี้ การประเมินฯ ยังครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ-สังคม และฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางกายภาพ เช่น SSP1 RCP2.6, SSP3 RCP7.0, SSP5 RCP8.5 และ MICRO A1B ในแบบ Optimistic, Medium และ Pessimistic

ผลการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ

ด้านการพึ่งพาและผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า

กิจกรรมของคู่ค้า กิจกรรมของบริษัท
วัตถุดิบทางการเกษตร การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสุกร การเลี้ยงสัตว์ปีก การเลี้ยงสัตว์น้ำ การผลิตอาหาร
การพึ่งพาบริการของระบบนิเวศ
แหล่งน้ำ
การกรองน้ำ
ผลกระทบที่อาจเกิดจากกิจกรรมทางการดำเนินงาน
การดึงน้ำมาใช้
สารอาหารลงสู่ดินและมลพิษทางน้ำ
ต่ำมาก
ต่ำ
ปานกลาง
สูง
สูงมาก

หมายเหตุ: อ้างอิงจากฐานข้อมูล ENCORE และลักษณะของธุรกิจ

ด้านการตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

ร้อยละของพื้นที่ปฎิบัติงานที่มีความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ

การประเมินพิจารณาปริมาณการดึงน้ำจืดมาใช้ของธุรกิจร่วมกับข้อมูล Baseline Water Stress อ้างอิงจาก Aqueduct Water Risk Atlas (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569) เพื่อระบุระดับความเสี่ยงของพื้นที่ดำเนินงาน โดยพื้นที่การดำเนินงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจและในแต่ละประเทศมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำและการกำหนดเป้าหมายที่เข้มข้นแตกต่างกันตามลำดับ

หมายเหตุ: โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์ครอบคลุม 92% ของพื้นที่ดำเนินงาน ไม่รวมข้อมูลจากกิจการในประเทศจีน รัสเซีย และศรีลังกา

ด้านความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในอนาคตสำหรับพื้นที่ดำเนินงานของบริษัทที่มีความเสี่ยงสูง

ฉากทัศน์ ปัจจุบัน - ปี 2568 อนาคต - ปี 2573 อนาคต - ปี 2593
Optimistic BAU Pessimistic Optimistic BAU Pessimistic
ความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำ 8% 28% 33% 43% 29% 31% 42%
ความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำ 12% 14% 16% 17% 22% 30% 35%
ความเสี่ยงด้านผลกระทบต่อชุมชน 8% 42% 42% 42% 42% 42% 42%
การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย 0% 0% 10% 89% 0% 94% 99%

หมายเหตุ:

อ้างอิงจาก WWF Water Risk Atlas Filter ฉากทัศน์ Optimistic พิจารณาจาก RCP2.6 - 4.5 & SSP1, BAU พิจารณาจาก RCP4.5- 6.0 & SSP2 cและ Pessimistic พิจารณาจาก RCP6.0 - 8.5 & SSP3 โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์ครอบคลุม 92% ของพื้นที่ดำเนินงาน ไม่รวมข้อมูลจากกิจการในประเทศจีน รัสเซีย และศรีลังกา

มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำสำหรับพื้นที่ดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง

มาตรการเชิงการจัดการและวางแผน
  • การจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำและแผนการบรรเทาผลกระทบที่จำเพาะกับพื้นที่ โดยมีการกำกับดูแลจากผู้บริหารระดับสูง
  • การทบทวนแผนรับมือความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ที่จำเพาะกับพื้นที่
  • การติดตามตัวชี้วัดทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำทั้งภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด
  • การติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำอย่างใกล้ชิด
มาตรการเชิงวิศวกรรม
  • การวิเคราะห์ระบบการจัดการน้ำและจัดให้มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง
  • การปรับปรุงหรือติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำเพิ่มเติม
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง และการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำ
มาตรการเชิงการสื่อสาร
  • การสำรวจความคิดเห็นชุมชนและจัดทำแผนการมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • การร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับท้องถิ่นบนประเด็นต่างๆ
  • การให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพแก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอก

ส่วนหนึ่งของโครงการความคิดริเริ่ม

แผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งในยุคเอลนีโญ-ลานีญา
ธุรกิจสัตว์บกในประเทศไทยเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำท่วมและภัยแล้งครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญ ตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และโรงงานแปรรูปของบริษัท รวมไปถึงฟาร์มของคู่ค้าธุรกิจ
แผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งในยุคเอลนีโญ-ลานีญา