การประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การรักษาความมั่นคงทางอาหารเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประชากรทั่วโลก อันรวมถึงการได้รับผลกระทบจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะที่บริษัทดำเนินธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศจึงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
บริษัทยึดมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยยังรักษาต้นทุนทางธรรมชาติ เราได้ยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านธรรมชาติ โดยนำกระบวนการ LEAP Approach ซึ่งพัฒนาโดย Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) มาใช้มาใช้เป็นแนวทางในการประเมินช่วยให้สามารถระบุ ประเมิน และบริหารจัดการ การพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบและครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: KM-GBF)




L - Locate: การระบุพื้นที่ดำเนินงานที่ตั้งอยู่ในระยะใกล้กับพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศ
บริษัทวิเคราะห์พื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมธุรกิจหลักทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ ธุรกิจเลี้ยงสัตว์และแปรรูป และธุรกิจผลิตอาหาร กว่า 900 แห่งจาก 14 ประเทศ
โดยได้กำหนดรัศมีจากพื้นที่ดำเนินงานกับพื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Key Biodiversity Area: KBA) และ พื้นที่คุ้มครอง (Protected Area: PA) ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตรของพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์ระดับความเสี่ยงของชนิดพันธุ์สัตว์ตาม IUCN Red Lists ที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากพื้นที่ดำเนินงานของบริษัท โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์จาก IBAT
สถานภาพการอนุรักษ์ของของสิ่งมีชีวิต ที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากพื้นที่ดำเนินงานของบริษัทตาม IUCN Red Lists
E – Evaluate การวิเคราะห์การพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติ
บริษัทวิเคราะห์การพึ่งพาบริการของระบบนิเวศ (Dependency) และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจต่อธรรมชาติ (Impact) โดยใช้เครื่องมือ ENCORE ซึ่งผลลัพธ์อ้างอิงจากเวอร์ชันปรับปรุงล่าสุดในปี 2567 (2024) เพื่อประเมินระดับความสำคัญของแต่ละประเด็นและใช้เป็นแนวทางในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติขององค์กร
การพึ่งพาบริการของระบบนิเวศ (Dependency)
| กิจกรรมของคู่ค้า | กิจกรรมของบริษัท | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบทางการเกษตร | การผลิตอาหารสัตว์ | การเลี้ยงสุกร | การเลี้ยงสัตว์ปีก | การเลี้ยงสัตว์น้ำ | การผลิตอาหาร | |
| บริการด้านการจัดหา | ||||||
| ชีวมวล | ||||||
| แหล่งน้ำ | ||||||
| สารพันธุกรรม | ||||||
| บริการด้านการควบคุมและบำรุงรักษา | ||||||
| สภาพภูมิอากาศโลก | ||||||
| คุณภาพดิน | ||||||
| การไหลของน้ำ | ||||||
| รูปแบบการตกของน้ำฝน | ||||||
| ผลกระทบจากพายุ | ||||||
| ผลกระทบจากอุทกภัย | ||||||
| การกรองน้ำ | ||||||
| การกรองอากาศ | ||||||
| การลดมลพิษรบกวน | ||||||
| การบำบัดของเสีย | ||||||
| การยึดเกาะของหน้าดินและตะกอน | ||||||
| การควบคุมโดยชีววิธี (เช่น การกำจัดศัตรูพืชตามธรรมชาติ) | ||||||
| การอนุบาลสิ่งมีชีวิตและแหล่งที่อยู่อาศัย | ||||||
| การผสมเกสร | ||||||
ผลกระทบต่อธรรมชาติที่อาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ (Impact)
| กิจกรรมของคู่ค้า | กิจกรรมของบริษัท | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบทางการเกษตร | การผลิตอาหารสัตว์ | การเลี้ยงสุกร | การเลี้ยงสัตว์ปีก | การเลี้ยงสัตว์น้ำ | การผลิตอาหาร | |
| การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและทะเล | ||||||
| พื้นที่บนบก | ||||||
| พื้นที่น้ำจืด | ||||||
| พื้นที่ทะเลและชายฝั่ง | ||||||
| การใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินศักยภาพ | ||||||
| น้ำ | ||||||
| ทรัพยากรธรรมชาติอื่น | ||||||
| การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||||||
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | ||||||
| มลพิษ | ||||||
| มลพิษทางอากาศ | ||||||
| สารอาหารลงสู่ดินและมลพิษทางน้ำ | ||||||
| ของเสีย | ||||||
| การรบกวนระบบนิเวศ (เช่น เสียง, แสง) | ||||||
| ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน | ||||||
| ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน | ||||||
A – Assess การประเมินความเสี่ยงและโอกาส
บริษัทนำผลจากการวิเคราะห์การพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติ และประกอบกับผลการประเมินความเสี่ยงจาก WWF Biodiversity Risk Filter เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงและโอกาส โดยวิเคราะห์ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน และโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งกรอบระยะเวลาที่คาดว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้นจริง คือ เกิดขึ้นแล้ว สำหรับระยะสั้น ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) สำหรับระยะปานกลาง และปี 2593 (ค.ศ. 2050) สำหรับมุมมองในระยะยาว เพื่อบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์รวมถึงระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
| ความเสี่ยง | การพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติ | ผลกระทบต่อธุรกิจ | กรอบระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| ด้านนโยบายและกฎหมาย | ผลกระทบ
|
การบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศในอนาคต เช่น ร่าง พรบ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ร่าง พรบ ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ร่าง พรบ การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน | ระยะปานกลาง |
ผลกระทบ
|
การบังคับใช้กฎหมายในประเทศที่ส่งออกสินค้าในอนาคต เช่น EU Green Deal เช่น EU Deforestation Regulation (EUDR), Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) | ระยะปานกลาง | |
| ด้านเทคโนโลยี | ผลกระทบ
|
หากเทคโนโลยีการผลิตโปรตีนทางเลือกพัฒนาจนมีต้นทุนต่ำลงและรสชาติดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้รายได้จากธุรกิจเนื้อสัตว์หลักลดลง | ระยะยาว |
| ด้านตลาด | ผลกระทบ
|
ผู้บริโภคยุคใหม่และคู่ค้า B2B ต้องการสินค้าคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Product) หรือสินค้าที่รับรองว่า "Deforestation-free" | ระยะปานกลาง |
ความเสี่ยงทางกายภาพ
| ความเสี่ยง | การพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติ | ผลกระทบต่อธุรกิจ | กรอบระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| แบบเฉียบพลัน (Acute) | ผลกระทบ
|
น้ำท่วมฉับพลันจะทำให้เครื่องจักรเสียหาย สัตว์เลี้ยงจมน้ำ และการขนส่งหยุดชะงัก | ระยะสั้น |
การพึ่งพา
|
ความไม่สมดุลของระบบนิเวศอาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคระบาดในสัตว์ได้บ่อยครั้งและเรื้อรัง | ระยะยาว | |
| แบบเรื้อรัง (Chronic) | การพึ่งพา
|
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวของวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นเวลานานส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ หรือสภาพอากาศแปรปรวนที่ทำให้ผลผลิตเกษตรตกต่ำ จะส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น | ระยะยาว |
การพึ่งพา
|
ภัยแล้งและแหล่งน้ำเสื่อมโทรมอาจกระทบต่อการผลิต เพิ่มต้นทุนการจัดหาน้ำ เพิ่มความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดในสัตว์น้ำ เกิดความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกับชุมชน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการยอมรับจากสังคมในการดำเนินธุรกิจ | ระยะสั้น | |
ผลกระทบ
|
อุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นส่งผลต่อการเลี้ยงสัตว์ ทำให้ต้องลงทุนในระบบทำความเย็นเพิ่มขึ้นและค่าไฟฟ้าสูงขึ้น | ระยะยาว |
โอกาส
| โอกาส | การพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติ | ผลกระทบต่อธุรกิจ | กรอบระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| ด้านประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร | ผลกระทบ
|
การเปลี่ยนของเสียและหมุนเวียนน้ำให้เป็นทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ช่วยลดต้นทุนและลดการพึ่งพาธรรมชาติภายนอก | ระยะสั้น |
| ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ | การพึ่งพาและผลกระทบทั้งหมด | การพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเทรนด์โลก เช่น สินค้าคาร์บอนต่ำ สินค้าที่ไม่มีซากบรรจุภัณฑ์ | ระยะสั้น |
| ด้านความยืดหยุ่น (Resilience) | ผลกระทบ
|
ส่งเสริมให้เกษตรกรในห่วงโซ่อุปทานทำการเกษตรฟื้นฟู เช่น วิธีบำรุงดิน ไม่เผาตอซัง และปลูกพืชคลุมดิน | ระยะยาว |
| การพึ่งพาทั้งหมด | ใช้ Nature-based Solutions (NbS) เช่น การปลูกป่าชายเลน การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงานของบริษัท เพื่อเป็นกำแพงกั้นลมธรรมชาติ ป้องกันเสียง ฝุ่น และกลิ่น และช่วยบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติ | ระยะปานกลาง |
P-Prepare: การกำหนดแผนการดำเนินงาน
บริษัทได้กำหนดแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้กรอบแนวทางการบรรเทาผลกระทบอย่างมีลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) ที่เรียกว่า AR3T ซึ่งพัฒนาโดย Science Based Targets Network
Avoid & Reduce
หลีกเลี่ยงและลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดการสูญเสียธรรมชาติ
Restore & Regenerate
ฟื้นฟูและสร้างใหม่เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนสู่ความสมบูรณ์
Transform
ปฏิรูประบบให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการกับปัจจัยขับเคลื่อนการสูญเสียธรรมชาติ





