ซีพีเอฟดำเนินนโยบายและมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และพลังงานของซีพีเอฟ (CPF SHE&En Policy & Standard) พร้อมด้วยมาตรฐานด้านเทคนิค ซึ่งกำหนดแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ รวมถึงป้องกันกระทบจากการใช้น้ำและคืนสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภายในองค์กร

บริษัทมุ่งเน้นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดการสูญเสียของทรัพยากรน้ำตามแนวคิดการจัดการน้ำแบบหมุนเวียน (Circular Water Management) โดยยึดหลักการ 3Rs ในการบริหารจัดการการใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปขั้นต้น และการผลิตอาหาร

Reduce
ลดการใช้และการสูญเสียน้ำจากกระบวนการผลิต
Recycle
นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ โดยผ่านกระบวนการบำบัดด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร
Recover
นำน้ำเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์อื่นๆ เช่น ผลิตพลังงานทดแทน

กระบวนการและเทคโนโลยี / มาตรการที่ใช้

การผลิตอาหารสัตว์
  • ระบบควบคุมอัตโนมัติ

    ใช้ระบบ IoT เพื่อควบคุมปริมาณการใช้น้ำให้เหมาะสมและลดการสูญเสียน้ำ

  • หม้อต้มอัจฉริยะ (Intelligent Boiler)

    ลดการใช้น้ำดิบและพลังงานในการผลิตไอน้ำ

  • ระบบอัดเม็ดอัจฉริยะ (Smart Pellet Mill)

    ลดการสูญเสียน้ำและพลังงานจากการผสมไอน้ำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมและสมบูรณ์


ฟาร์มสัตว์บก
  • เทคโนโลยี Evaporator

    ปรับเวลาการใช้น้ำของระบบระเหยเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

  • เทคโนโลยีการกรองน้ำแบบความละเอียดสูง (Ultrafiltration: UF) และแบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis: RO)

    ที่สามารถปรับคุณภาพน้ำได้ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปา เพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

  • เทคโนโลยีผลิตก๊าซชีวภาพแบบถังกวนต่อเนื่อง (Completely Stirred-Tank Reactor: CSTR)

    หรือบ่อหมักไร้อากาศ ช่วยลดปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการทางชีวภาพ สู่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และสามารถนำกากตะกอนไปผลิตปุ๋ย

  • มาตรการหมุนเวียนน้ำกลับไปใช้ประโยชน์ 100%

    เพื่อการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาน้ำจากภายนอก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • โครงการติดตั้งระบบผลิตน้ำประปา

    เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดิน


ฟาร์มสัตว์น้ำ
  • เทคโนโลยีไบโอฟลอค (Biofloc)

    หรือการใช้จุลินทรีย์ที่ดี เพื่อบำบัดสารอินทรีย์และของเสียภายในฟาร์มกุ้ง ลดการดึงน้ำจากภายนอกมาใช้ได้ถึง 75%

  • เทคโนโลยีการกรองน้ำแบบ UF และ RO

  • มาตรการ Zero Discharge

    สำหรับฟาร์มกุ้งต้นแบบ


โรงงานแปรรูปขั้นต้นและโรงงานอาหารสำเร็จรูป
  • ระบบลมเย็น (Air Chill)

    ทดแทนการใช้น้ำเย็น (Water Chill) ในการลดอุณหภูมิเนื้อในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ช่วยลดการใช้น้ำได้ประมาณ 15% เทียบกับการผลิตแบบเดิมมาตรการ Zero discharge สำหรับศูนย์ตัดแต่งและกระจายสินค้า

  • เทคโนโลยี Electrocoagulation

    หรือการบำบัดน้ำเสียโดยใช้กระแสไฟฟ้า ช่วยลดพลังงานและการใช้สารเคมีในการบำบัด โดยสามารถแยกของแข็งแขวนลอย น้ำมัน และแบคทีเรียในน้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหารได้เทคโนโลยีการกรองน้ำแบบความละเอียดสูง (Ultrafiltration) และ เทคโนโลยีการกรองน้ำแบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis) เพื่อใช้กับระบบทำความเย็นและใช้ทั่วไป

  • เทคโนโลยีผลิตก๊าซชีวภาพแบบ CSTR

    ซึ่งช่วยเพิ่มแหล่งพลังงานหมุนเวียนและสามารถนำกากตะกอนมาผลิตปุ๋ยหรือสารบำรุงดิน

  • โครงการการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบ UF & RO

    เพื่อนำไปใช้กับระบบทำความเย็นและใช้ทั่วไป

  • โครงการติดตั้งระบบผลิตน้ำประปา

    โดยการปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดิน

  • การหมุนเวียนน้ำเสียที่ผ่านการบำบัด

    มาใช้ทั่วไป เช่น ล้างพื้นที่/ ถนนรอบโรงงาน ระบบสุขาภิบาล


บริษัทยังติดตามและเก็บข้อมูลปริมาณการดึงน้ำมาใช้ (Water Withdrawal) และการใช้น้ำทั้งหมดขององค์กร (Water Consumption) รวมถึงปริมาณการดึงน้ำจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดแนวทางและเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำของบริษัทต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทมีการวิเคราะห์ค่าฟุตพริ้นท์การขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity Footprint) ในรูปแบบ Self-declaration สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สด เพื่อวัดปริมาณน้ำที่ใช้ไปในการผลิตสินค้า โดยคำนึงถึงภาวะการขาดแคลนน้ำในพื้นที่นั้น ๆ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์พบค่าการขาดแคลนน้ำอยู่ที่ 88 ลิตรน้ำเทียบเท่าต่อกิโลกรัมผลิตภัณฑ์ (L H2O eq./kg product) ซึ่งวิเคราะห์ตามแนวทางการประเมินวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดเฉพาะของกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อไก่สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อไก่ โครงการประเมินการใช้น้ำบาดาลตลอดวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Water Footprint) โดยสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ปริมาณการดึงน้ำมาใช้ในทุกพื้นที่
ล้านลูกบาศก์เมตร
น้ำผิวดิน
%
น้ำบาดาล
%
น้ำทะเล
%
น้ำฝน
%
น้ำจากผู้ผลิตภายนอก
%
ปริมาณน้ำที่ใช้ในทุกพื้นที่
ล้านลูกบาศก์เมตร
ปริมาณน้ำที่ใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ
%
ปริมาณน้ำที่ใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ
%
ปริมาณการดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิต
หน่วย: ลูกบาศก์เมตรต่อตันผลิตภัณฑ์
ปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำ ใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่
%

การบริหารจัดการน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

บริษัทตรวจสอบและติดตามคุณภาพของน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดก่อนการระบายออกสู่ภายนอกตามข้อกำหนดของกฎหมาย และ CPF SHE&En Standard รวมถึงระบุแหล่งน้ำที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Receptor) ในการรับน้ำ เช่น แหล่งน้ำอนุรักษ์ แหล่งน้ำที่ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งควบคุม หรือแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ โดยได้ตรวจสอบและติดตามคุณภาพแหล่งน้ำภายนอกอย่างสม่ำเสมอ

ปริมาณน้ำที่ปล่อยออกสู่ภายนอกในทุกพื้นที่
ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยปล่อยสู่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำคิดเป็น 18%

แหล่งน้ำผิวดิน
%
ทะเล
%
นำไปใช้ประโยชน์ภายนอกบริษ้ท เช่น ฟาร์มเกษตร
%
คุณภาพน้ำทิ้ง
ปริมาณ BOD
พันตัน
ปริมาณไนโตรเจน
พันตัน

การส่งเสริมความตระหนักรู้ภายในองค์กร

บริษัทส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ด้านการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง ให้แก่บุคลากรภายในองค์กรผ่านช่องทางการอบรมออนไลน์ทั้งสำหรับพนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่ รวมถึงมีการจัดทำสื่อการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ภายใน

รูปแบบ
  • การฝึกอบรม

  • สื่อการเรียนรู้และการสื่อสาร

  • บูรณาการในงานประจำ

  • สร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ

กลุ่มเป้าหมาย
  • พนักงานปัจจุบัน

  • พนักงานใหม่

เป้าหมาย
  • สร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน

  • ตระหนักถึงบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาน้ำอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการจัดการน้ำในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทมุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้าธุรกิจในการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ประเด็นด้านการบริหารจัดการน้ำเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์น้ำของซีพีเอฟ โดยมีประเด็นสำคัญประกอบด้วย

การลดการใช้น้ำ
เพิ่มประสิทธิภาพและลดปริมาณการใช้น้ำ
การจัดการน้ำเสีย
บำบัดน้ำเสียให้ได้ตามมาตรฐานข้อกำหนดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก
การกำหนดแผนบริหารความมั่นคงด้านน้ำ
จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและพร้อมรับมือกับน้ำท่วมและภัยแล้ง

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของคู่ค้าธุรกิจสอดคล้องตามยุทธศาสตร์และนโยบาย ตลอดจนเสริมสร้างความยั่งยืนด้านน้ำในห่วงโซ่อุปทานระยะยาว บริษัทได้ดำเนินการ ดังนี้

  • คู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ประเมินความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำและผลกระทบของกิจกรรมทางธุรกิจ
  • คู่ค้าหลักในกิจการประเทศไทยและเวียดนาม*

    • ประเมินความเสี่ยงครอบคลุมเรื่องปริมาณและคุณภาพน้ำ การติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย การส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านแบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire)
    • ตรวจประเมินแบบลงพื้นที่ (Onsite Audit) ตามระดับความเสี่ยง หากพบคู่ค้าที่มีความเสี่ยง บริษัทจะร่วมกับคู่ค้ากำหนดแผนมาตรการลดความเสี่ยงและติดตามความสำเร็จในการดำเนินการ
    • จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพคู่ค้า โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมาร่วมให้ความรู้เพื่อยกระดับการดำเนินงานของคู่ค้า

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “การประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบการดำเนินงานของคู่ค้าธุรกิจ”

*หมายเหตุ: พื้นที่การดำเนินงานหลัก (Core Operations) คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ทั้งหมด

Water Action…ส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่น

ในสถานประกอบการ

ซีพีเอฟบูรณาการเรื่องการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโรงงานและฟาร์ม กระบวนการผลิต การเลือกเครื่องจักรและเทคโนโลยี รวมไปถึงการวางแผนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกประเทศที่มีการดำเนินงาน รวมถึงการกำหนดเป้าหมายลดการใช้น้ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับกิจการประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่การดำเนินงานหลักของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ร้อยละ 38 ของรายได้ทั้งหมด และมีโรงงานและฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสูงคิดเป็นร้อยละ 23 ของพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด ทุกหน่วยธุรกิจในกิจการประเทศไทยจึงกำหนดเป้าหมายลดการใช้น้ำรายปีและมุ่งลดการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตลงร้อยละ 40 ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมในทุกประเทศ ควบคู่ไปกับการริเริ่มและดำเนินโครงการและมาตรการด้านน้ำอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเหมาะกับกิจกรรมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำจากภายนอก

ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่กิจกรรมหลักมีการใช้น้ำในปริมาณสูงอย่างฟาร์มสุกร ฟาร์มไก่ไข่ ฟาร์มกุ้ง โรงชำแหละ โรงงานผลิตอาหาร ยังได้ดำเนินโครงการและกระบวนการจัดการน้ำตามหลัก 3Rs พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช้ครอบคลุมทุกฟาร์มและโรงงานด้วย

โครงการต้นแบบ: ระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกวนอย่างต่อเนื่อง (CSTR)
บริษัทมีแนวคิดในการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียควบคู่กับการผลิตก๊าซชีวภาพจากเดิมซึ่งเป็นระบบบ่อหมักไร้อากาศ (Anaerobic Covered Lagoon) มาเป็นระบบผลิตก๊าซชีวภาพขั้นสูงแบบถังกวนอย่างต่อเนื่อง (Continuous Stirred-Tank Reactor)
โครงการต้นแบบ: ระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกวนอย่างต่อเนื่อง (CSTR)
RECOVER & RECYCLE WATER: เปลี่ยนน้ำเสียฟาร์มหมู-ไก่ไข่เป็นพลังงาน ปันน้ำปุ๋ยสู่ชุมชน
ธุรกิจสุกรและธุรกิจไก่ไข่ในประเทศไทยมีเป้าหมาย Zero Discharge หรือไม่ปล่อยน้ำออกสู่ภายนอก โดยฟาร์มทุกแห่งได้นำน้ำเสียและมูลสัตว์ผ่านระบบ Biogas เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในฟาร์ม ซึ่งสามารถทดแทนการซื้อไฟฟ้าจากภายนอกเฉลี่ยร้อยละ 50–70
RECOVER & RECYCLE WATER: เปลี่ยนน้ำเสียฟาร์มหมู-ไก่ไข่เป็นพลังงาน ปันน้ำปุ๋ยสู่ชุมชน
Reduce With Biofloc, Recycle With Glass Filter: เพาะเลี้ยงกุ้งยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง
ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างฟาร์ม ระบบน้ำและการบำบัดน้ำที่ดี โดยนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงกุ้งอย่างต่อเนื่อง
Reduce With Biofloc, Recycle With Glass Filter: เพาะเลี้ยงกุ้งยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง
Recycle With UF & RO Technologies: หมุนเวียนน้ำคุณภาพสูงในธุรกิจอาหาร
ด้วยลักษณะธุรกิจอาหารที่มีความต้องการใช้น้ำสูงเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของผู้บริโภค ซีพีเอฟจึงออกแบบกระบวนการผลิต ลงทุนในเครื่องจักรทันสมัย รวมถึงการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในโรงงานแปรรูปขั้นต้นและโรงงานผลิตอาหารทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำ และของเสีย
Recycle With UF & RO Technologies: หมุนเวียนน้ำคุณภาพสูงในธุรกิจอาหาร

ในห่วงโซ่อุปทาน

ยกระดับคู่ค้า สร้างความเข้าใจในการบริหารน้ำ
ด้วยความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำแล้ง บริษัทจึงมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้คู่ค้าธุรกิจ โดยได้อบรมคู่ค้ากว่า 200 ราย ในหัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำและกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจ” เพื่อให้คู่ค้าตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้น้ำ และเรียนรู้เทคนิคการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดการพึ่งพาน้ำจากภายนอก เพิ่มเสถียรภาพทางธุรกิจ และลดความเสี่ยงด้านผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการดำเนินงานให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย
ยกระดับคู่ค้า สร้างความเข้าใจในการบริหารน้ำ
สนับสนุนเกษตรกรคู่ค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ พร้อมรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและน้ำ ด้วยแอปพลิเคชัน ‘ฟ.ฟาร์ม’
วัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีความสำคัญต่อความมั่นคงของห่วงโซ่การผลิตอาหาร โดยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดส่วนใหญ่พึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ส่งผลให้การเพาะปลูกมีความเสี่ยงสูงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝนทิ้งช่วง ฝนตกไม่ตรงฤดูกาล น้ำหลาก หรืออุทกภัย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อผลผลิต คุณภาพวัตถุดิบ และรายได้ของเกษตรกร รวมถึงการดำเนินงานของบริษัท
สนับสนุนเกษตรกรคู่ค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ พร้อมรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและน้ำ ด้วยแอปพลิเคชัน ‘ฟ.ฟาร์ม’